รองเท้าอัจฉริยะอุปกรณ์ออกกำลังกายทันสมัย ตอบโจทย์คนยุคใหม่

การออกกำลังกายเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับคนในยุคปัจจุบัน เพราะชีวิตที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน และรีบร้อนทำให้เราอยู่ในภาวะเครียด ส่งผลถึงสุขภาพร่างกายที่อ่อนแอ ประกอบกับคนให้ความสำคัญในเรื่องของรูปร่างเป็นอย่างมาก ดังนั้นวิธีการในการดูแลสุขภาพ และทำให้เรามีรูปร่างสวยงามได้ดี และง่ายที่สุดคือการออกกำลังกาย หลายคนหันมาออกกำลังกายเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายกลางแจ้ง หรือในโรงยิม ส่งผลให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ ๆ สำหรับการออกกำลังกายเพิ่มขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันเพื่อการออกกำลังกายสำหรับ Smart Phone หรือ นาฬิกาอัจฉริยะ อุปกรณ์เหล่านี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อ ประโยชน์ และความสะดวกสบายในการออกกำลังกาย เพราะสามารถบันทึกรูปแบบการออกกำลังกายได้ เทคโนโลยีใหม่ และน่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือ รองเท้าอัจฉริยะ

                การออกกำลังกายนอกจากชุดออกกำลังกายที่ดี และสวมใส่สบายแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยนั่นคือรองเท้า รองเท้าที่ดีจะทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกสบาย และสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้นานมากขึ้น รองเท้าอัจฉริยะถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์ในเรื่องการออกกำลังกายได้อย่างครบถ้วน รองเท้าจะถูกเชื่อมต่อกับ Smart Phone ทำให้สามารถวัดระยะการก้าวเดิน การวิ่ง หรือการออกกำลังกายในรูปแบบต่าง ๆ สามารถคำนวณแคลอรี่ และยังเชื่อมกับ Google Maps เพื่อใช้ในการบันทึกเส้นทางของเราได้ด้วย ทำให้เราออกไปทำกิจกรรมโดยไม่ต้องพกอุปกรณ์ออกไปให้เกะกะ และยังไม่ต้องกลัวว่าจะหลงทางอีกด้วย นอกจากนี้เมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยนรองเท้าก็จะมีการเตือนให้เรารู้ ถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพราะถ้าเป็นรองเท้าทั่วไปเราจะไม่สามารถรู้เลยว่ารองเท้าที่ใช้สึก หรือเมื่อใส่ไปออกกำลังกายอาจจะทำให้เราได้รับอันตราย การเตือนแบบนี้ถือเป็นประโยชน์อย่างมาก

รองเท้าอัจฉริยะคู่แรกถูกสร้างขึ้นมาเพื่อคนตาบอด จึงทำจากวัสดุที่มีความแข็งแรง ทนทาน เหมาะกับทุกสภาพผิวถนน มีการสั่นเตือนเมื่อเราเดินออกนอกเส้นทาง และมีเซนเซอร์ในการบอกสิ่งกีดขวางได้อีกด้วย ดังนั้น รองเท้าอัจฉริยะถือได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ในการใช้ชีวิตของคนทุกคนอย่างแท้จริง และเป็นอุปกรณ์ออกกำลังกายชิ้นใหม่ที่อีกไม่นานจะได้รับความนิยมไม่แพ้ Smart Watch อย่างแน่นอน

                เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก เพราะสามารถตอบโจทย์ Life Style ที่ทันสมัยของเราได้ การออกกำลังกายก็เป็นสิ่งที่คนให้ความสำคัญมากเช่นกัน ดังนั้นเมื่อการออกกำลังกายกับเทคโนโลยีมารวมกัน จึงเกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างมาก และราคาก็จะถูกลงเรื่อย ๆ ทำให้คนทุกระดับสามารถเข้าถึง รองเท้าอัจฉริยะเป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่ในอนาคตจะกลายเป็นผู้ช่วยคนใหม่สำหรับการออกกำลังกาย ที่มีไว้รับรองไม่ตกเทรนอย่างแน่นอน หรือพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่ารองเท้าคู่เดียวไปกับเราได้ทุกที่ทุกเวลาอย่างแน่นอน

จำเป็นแค่ไหน ที่ต้องลงทุนซื้อมือถือเครื่องละครึ่งแสน?

หลายคนคงทราบอยู่แล้วว่าโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนที่เราใช้กันทุกวันนี้ มีระดับตั้งแต่ต่ำ กลาง ไปจนถึงระดับสูง หรือที่เรียกว่าไฮเอนด์ ไฮเอนด์เป็นรุ่นเรือธงที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของแต่ละค่าย สำหรับคนส่วนใหญ่การใช้โทรศัพท์คลาสสูงอาจจะเกินความจำเป็น และพวกเขาอาจไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าการใช้งานพื้นฐาน แต่ในกลุ่มนี้ พวกนิสัยไม่ดีบางคนคอยตามกระแนะกระแหนคนใช้ของแพงว่า “รวยอย่างเดียวไม่ได้ต้องโง่ด้วย” น่าสงสัย ตกลงพวกใช้มือถือแพง ๆ โง่จริงหรือ? หรือเพราะหลายคนที่ค่อนขอดไม่เคยมีโอกาสสัมผัสมันกันแน่?

คุณสมบัติ

โทรศัพท์รุ่นไฮเอนด์มักจะมีฟีเจอร์หรือลูกเล่นที่แตกต่างจากรุ่นทั่วไป เช่น ผู้ใช้สามารถออกคำสั่งด้วยท่าทางได้สำหรับการถ่ายภาพ สามารถจดบันทึกในขณะที่นึกไอเดียออกโดยไม่ต้องเปิดหรือปลดล็อกหน้าจอก่อน หรือคุณสมบัติกันน้ำ เป็นต้น ทุกสิ่งที่ออกแบบมาให้โทรศัพท์เหล่านี้ล้วนคิดมาอย่างดีเพื่อความสัมพันธ์ในการใช้ชีวิต ใช้ทำงาน ป้องกันการชำรุดหรือสูญหาย

ความแตกต่าง

เมื่อพูดถึงการชำรุดเราก็ต้องพูดถึงความทนทาน แน่นอนว่าโทรศัพท์ราคาแพง วัสดุที่นำมาใช้ผลิตก็ต้องไม่ไก่กาอาราเร่อยู่แล้ว มันถูกออกแบบให้มีความทนทานเป็นพิเศษด้วยโลหะ ยาง หรือพลาสติกที่มีความยืดหยุ่นสูง มีการทดสอบการร่วงหล่น ทดสอบคุณสมบัติกันน้ำ การลัดวงจรของไฟฟ้า และทดสอบการระเบิด อย่างจริงจัง

ในเมื่อมุ่งเป้าว่ามันต้องทนทานนั่นหมายความว่ามันอาจจะถูกใช้เกินกว่าสิบหรือสิบห้าปี ส่วนของซอฟต์แวร์ก็เป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดสถาปัตยกรรมของสมาร์ทโฟนเหล่านี้ ซอฟแวร์ระบบของรุ่นไฮเอนด์จะได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เพื่อการใช้งานในอนาคตเมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้ากว่าเดิม กล่าวคือผู้ผลิตจะคอยอัพเดตรวมทั้งอัพเกรดเวอร์ชั่นซอฟต์แวร์ให้ OTA อยู่เสมอ โทรศัพท์รุ่นไฮเอนด์จึงให้ความราบรื่นในการใช้งานมากกว่า ซึ่งกลับกันหากเป็นรุ่นทั่วไป การถูกลอยแพจากผู้ผลิตไม่ยอมอัพเกรดซอฟต์แวร์ให้ ไม่ออกตัวแก้ไขข้อผิดพลาด เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะการซื้อรุ่นธรรมดาเหมือนเป็นการยอมรับความเสี่ยงนั้นเองโดยผู้บริโภค โทรศัพท์ธรรมดาไม่ได้รับการดูแลนั่นก็เพราะมันไม่ได้อยู่ในสถานะพิเศษนั่งเอง

การดูแลหลังการขายก็วางใจได้ โทรศัพท์รุ่นครึ่งแสนเหล่านี้จะมีสิทธิในประกันที่ดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนเครื่องใหม่ อะไหล่ฟรี คุ้มครองยาวนาน รวมไปถึงออปชั่นพิเศษอย่างขยายเวลาการรับประกัน เป็นต้น ในขณะที่โทรศัพท์ทั่วไปต้องผจญกับความเสี่ยงในแบบ เปลี่ยนเครื่องไม่ได้ เคลมประกันไม่ฟรี อะไหล่ไม่มี รอทีก็แสนนาน แถมบางรุ่นยังหาอุปกรณ์เสริมไม่ได้จนต้องอาศัยดัดแปลงเอาจากรุ่นข้างเคียงมาใช้ประทังอีกต่างหาก

ทั้งหมดที่กล่าวไปจริง ๆ แค่นั้นก็สมเหตุสมผลกับคลาสของมัน ขนาดยังไม่รวมแก็ตเจ็ตพิเศษ สีพิเศษ ของแถมอีกมากมาย ลงไปในรายละเอียดด้วย เพียงคุณสมบัติที่เห็นหลายคนก็รู้สึกโอเคแล้วที่จะจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อจบปัญหา ไม่ต้องมีเรื่องจุกจิกกวนใจ ไม่ต้องเสียเงินซื้อโทรศัพท์บ่อย ๆ เพราะฉะนั้นวลีที่พูดว่า รวยอย่างเดียวไม่ได้ต้องโง่ด้วย นำมาใช้กับคนที่เลือกซื้อมือถือราคาแพง ดูจะเป็นการกล่าวหาที่รุนแรงเกินไป เพราะบางคนก็ไม่ได้ร่ำรวยมาจากไหนเพียงแต่เขารู้สึกว่ามันเหมาะสมกับตัวเองก็เท่านั้น สุดท้ายการใช้จ่ายควรคำนึงด้วยว่ากำลังของเรามีแค่ไหน จะได้ไม่เป็นภาระผูกพันธ์ต่อเนื่องในภายหลัง เพราะทุกวันนี้เงินทองมันหายาก ทุกบาททุกสตางค์จึงควรคุ้มค่าที่จะเสียไป

 

เอาจริงดิ รถบินได้เนี่ยนะ?

มนุษย์เรามีความฝันด้านการบินมาตั้งแต่ครั้งบรรพกาล หลังพี่น้องตระกูลไรท์ทดสอบสมมติฐานของตัวเองให้เห็น โลกจึงมีหวังที่จะพามนุษย์ขึ้นสู่ท้องฟ้า เมื่อผ่านการทดลองที่ล้มเหลวนับครั้งไม่ถ้วนจากหลายภาคส่วน ในที่สุดมนุษย์ก็ขึ้นไปสัมผัสดินแดนของพระเจ้าได้จริง ๆ แต่นั่นยังไม่ตอบโจทย์ของคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่เสียด้วย กลุ่มคนผู้คลั่งไคล้รถยนต์อย่างยิ่งยวด ทว่า…ไม่ได้ต้องการรถเพื่อขับขี่บนท้องถนน แต่ต้องการรถที่ขับขี่บนอากาศ หรือก็คืออยากให้รถบินได้นั่นแหละ!!!

The Moller M400 Skycar

ไม่ว่าแรงบันดาลใจเกี่ยวกับรถบินได้นี้จะมาจากการ์ตูน นิยาย หรือภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์ที่นำแสดงโดย บรู๊ซ วิลลิช ในขณะที่ยังพอมีผมอย่าง Fifth Element ก็ตาม พาหนะในฝันนี้มีคนเชื่อมั่นอย่างจริงจังว่าจะมีผู้ผลิตสักเจ้าลงมือทำให้มันเป็นจริงเสียด้วย ในปี 2010 บริษัทมอลเลอร์อินเตอร์เนชันแนล ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ผู้พัฒนารถ “The Moller M400 Skycar” เปิดให้จองรถที่อยู่ระหว่างการพัฒนานี้ด้วยราคาราว 500,000 เหรียญสหรัฐ ไม่น่าเชื่อว่าไอเดียเพี้ยน ๆ นี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีด้วยยอดจองกว่า 100 คันในปีแรก และมีลูกค้าใหม่ ๆ สนใจสั่งซื้อไม่ขาดสายด้วยคำโฆษณาที่ว่า มันสามารถบินได้ด้วยความเร็ว 360 ไมล์ต่อชั่วโมง ถ้าบินจากนครลอนดอนไปยังกรุงปารีส ใช้เวลาเพียงแค่ 35 นาทีเท่านั้น แถมยังบอกว่าสามารถพัฒนาให้สำเร็จได้ภายในสามปี นั่นก็คือจะสำเร็จเสร็จสิ้นในปี 2013 ฟังดูสุดหูรูดไปเลย แต่จนแล้วจนรอดป่านนี้ก็ยังไม่สำเร็จ หลังจากนั้น เรื่องรถบินของผู้ผลิตเจ้านี้ก็หายเงียบไปกับสายลม แม้จะมีหลายคนอัพโหลดวิดีโอทดสอบการบินของเจ้ารถบินได้คันนี้ลงในสื่อสังคมออนไลน์อยู่เรื่อย ๆ แต่ก็เป็นฟุตเทจเก่า ภาพเดิมมุมเดิมที่ถ่ายไว้กว่าสิบปีมาแล้ว เป็นมวยล้มต้มคนดูไปอีก

Aero Mobil Fryingcar

ล่าสุดในปี 2016 ฝันของรถบินได้ก็ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้มันกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ บินได้จริงทำขายจริง โดย​บริษัท Aero Mobil แบรนด์ดังสัญชาติ​สโลวะเกีย ​เปิด​ให้​จอง Aero Mobil First Edition ล็อต​แรกจำนวน 500 คัน​ สนนราคา 1.3-1.6 ล้านเหรียญสหรัฐ กำหนดส่งมอบคันแรกในปี 2020 เจ้า Aero Mobil Fryingcar ตัวนี้สามารถเมื่ออยู่บนท้องถนนมันก็คือ Super Car ดี ๆ นี่เอง แต่เมื่อกางปีกออกมันจะสามารถบินได้ที่​ความเร็ว 259 กม.​ต่อ​ชั่วโมง มีถังน้ำมันขนาดใหญ่ที่จุน้ำมันได้ถึง 90 ลิตร รับน้ำหนักบรรทุกได้ 250 กิโลกรัม และบินต่อเนื่องได้ไกลถึง 750 กิโลเมตร

ว่าแต่สรุปแล้วมันควรจะเป็นอากาศยานหรือเป็นรถยนต์กันแน่นะ?

 

เมื่อเทคโนโลยีทำให้คนกล้าโกหกกันมากขึ้น

ภายในสองถึงสามสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่มีวันไหนเป็นวัน “เมษาหน้าโง่” แถมเดือนเมษาก็ล่วงเลยมาไกลมาก ทว่ากลับมีคนโกหก มีคนความแตกอย่างต่อเนื่องกันเลยทีเดียว เหมือนนักวิ่งผลัดที่ส่งไม้ต่อกันเป็นทอด ๆ อย่างไรอย่างนั้น

แรกเริ่มเดิมทีเน็ตไอดอลสาวประกาศว่าเธอท้องกับพระเอกหนุ่มคนหนึ่ง ทุกคนต่างสงสารและเห็นใจเธอ ส่วนชายหนุ่มหน่ะเละไปตามระเบียบ จนเมื่อนักสืบโซเชียลทั้งหลายได้กลิ่นตุ ๆ จากเรื่องนี้ จึงเริ่มขุดคุ้ย ติดตามดูพฤติกรรมของเธอ พอมั่นใจในระดับหนึ่งจึงพร้อมกันฟลัดแฮชแท็กรัว ๆ “…โป๊ะแตก” ทีแรกเจ้าตัวยังดริฟท์ต่อไปว่าแท้งลูก แต่ถูกชาวโซเชียลจับได้ว่าไม่ได้ท้องจริงตามที่ประกาศปาว ๆ ก่อนหน้านี้ จึงออกมาขอโทษสังคมและยอมรับว่าตัวเองโกหก

ถัดมาไม่นานพ่อค้าลอตเตอร์รี่ถ่ายภาพตัวเองกับลอตเตอร์รี่ที่อ้างว่าถูกรางวัลมีมูลค่ากว่าเก้าสิบล้าน แถมพ่อค้ายังแสดงความซื่อสัตย์ด้วยการนำคืนลูกค้าไม่โลภเอาไปขึ้นเงินเองอีกด้วย จากนั้นไม่กี่ชั่วโมงข่าวนี้ถูกแชร์ออกไปพร้อมแฮชแท็ก “คนดีศรีอัมพวา” ว่อนโลกโซเชียล วันต่อมาทั้งสื่อ ทั้งหมอดูชื่อดัง ชาวบ้านจากทุกสารทิศต่างกรูกันเข้าไปขอถ่ายรูป อุดหนุนลอตเตอร์รี่พ่อหนุ่มจิตใจประเสิรฐคนนั้น ไม่นานนักก็ถูกทนายดังตั้งข้อสังเกตแถมถูกแฉเรื่องความไม่เนียนเรื่องลอตเตอร์รี่ในมือ สุดท้ายความแตกจนต้องออกมาขอโทษสังคมอีกคน แต่เรื่องไม่จบแค่นั้นเพราะยังต้องถูกดำเนินคดีอีกหลายข้อหา

ภายในสัปดาห์เดียวกัน ชายหนุ่มปริศนาที่เหมือนหลุดมาจากภาพยนตร์ Catch me if you can ทำการสมอ้างแฝงตัวเข้าไปตีเนียนเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดัง เขาทำทุกอย่างเหมือนนักศึกษาปกติทั่วไป เช่าหอพักแถวมหาวิทยาลัยหารกับเพื่อนนักศึกษา แต่งกายชุดนักศึกษาออกไปเรียน แถมมีภาพถ่ายร่วมกับเพื่อนนักศึกษา ได้รับเกียรติเป็นผู้ถือป้ายมหาวิทยาลัยในงานสำคัญด้วย ไม่นานอีกเช่นกันเพื่อนนักศึกษาคนหนึ่งได้เอารหัสนักศึกษา และชื่อ-สกุลของหนุ่มรายนี้เข้าไปค้นหาในฐานข้อมูลเพื่อกิจกรรมบางอย่างของมหาวิทยาลัย ปรากฏว่าเขาไม่มีตัวตนจริงในสารบบ ตอนนั้นเองที่เริ่มมีการรวมกลุ่มหาที่มาว่าชายหนุ่มปริศนาคนนั้นเป็นใคร? มีจุดประสงค์อะไร? จนได้พบวีรกรรมสุดแสบมากมาย จนได้ข้อสรุปว่าหมอนี่กำลังสร้างโปรไฟล์สวยหรูเพื่อลวงโลก หลายคนออกมาแฉพฤติกรรมของชายหนุ่มไม่ขาดสาย ทั้งเรื่องการยักยอกเงิน นิสัยส่วนตัว เพียงชั่วข้ามคืนแฮชแท็ก “…สกล” ก็กลายเป็นข่าวดังระดับประเทศ เจ้าตัวปิดแอคเค้าท์โซเชียลมีเดียทุกช่องทางและหายตัวไปเลย จนตอนนี้สังคมตามหากันจ้าละหวั่น

ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาเหล่านี้โกหกเพราะนิสัยส่วนตัว หรือค่านิยมทางสังคมกันแน่ที่บีบให้เขาต้องทำตัวให้เด่น ดี อวดโลกด้วยตัวตนปลอมในโลกไซเบอร์ให้สวยงาม เพียงเพราะต้องการโอกาสทางสังคม? แต่ที่เรารู้แน่ๆคือแฮชแท็กเป็นอักษรสั้น ๆ ที่มีพลัง เปลี่ยนคนธรรมดาให้โด่งดังได้ในข้ามคืน เชิดชูคนไม่ดีให้เป็นคนดีก็ได้ และก็เหมือนดาบสองคมถ้าคนเหล่านั้นทำเรื่องไม่ดีจริง ๆ คำ ๆ นั้นก็จะติดตัวเขาไปตลอดเช่นกัน

 

สังคมสีเขียว เมื่อประชากรทั่วโลกห่วงใยสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

แนวคิดอนุรักษ์ที่จะใช้พลังงานสะอาด ใช้พลังงานหมุนเวียน และเลือกใช้พลังงานทดแทน กำลังเป็นกระแสมาแรงทั่วโลก โดยเฉพาะทางฝั่งยุโรปที่ชาติผู้นำอย่างอังกฤษ เยอรมนี และฝรั่งเศส ต่างก็พยายามผลักดันให้ภาคประชาชนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ากันมากขึ้น โดยในฝรั่งเศสได้กันพื้นที่กรุงปารีสชั้นในให้เป็นพื้นที่พิเศษสำหรับพาหนะปลอดมลพิษ สนับสนุนสิทธิประโยชน์ด้านภาษี ส่วนอังกฤษก็เตรียมออกป้ายทะเบียนสีเขียวให้รถยนต์ไฟฟ้า เช่นเดียวกับแคนาดา จีน และนอร์เวย์ โดยนายกรัฐมนตรี Theresa May และเลขาธิการของกระทรวงคมนาคม Chris Grayling เป็นหัวเรือใหญ่ โดยนาย Grayling กล่าวว่า “ป้ายทะเบียนรถยนต์สีเขียวจะช่วยสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนมหาศาล เพราะมันมองเห็นได้ชัดเจน เป็นสื่อให้พวกเขาซื้อรถยนต์แบบนี้มากขึ้น จากปัจจุบันรถยนต์ใหม่ที่จำหน่ายในอังกฤษช่วง 6 เดือนที่ผ่านมามีรถยนต์ไฟฟ้า และเครื่องยนต์ Hybrid ราว 5.5% มากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ 4.2%”

นอกจากนี้เกาะอังกฤษยังเตรียมตามรอยฝรั่งเศส ด้วยการปิดกั้นพื้นที่ส่วนหนึ่งในมหานครลอนดอนให้เป็นพื้นที่พิเศษสำหรับพาหนะไร้มลพิษเท่านั้น ส่วนทางด้านเยอรมนีผู้นำทางด้านการผลิตยานยนต์กำลังจะใช้ “ยาแรง” ห้ามผู้ผลิตจำหน่ายรถยนต์แบบใช้น้ำมันในปี 2030 อย่างเด็ดขาด ซึ่งประชาชนชาวเยอรมันเห็นด้วยกับรัฐบาลและกำลังนิยมใช้รถยนต์ประเภท Zero-emission อยู่แล้วด้วยจึงเป็นการบีบผู้ผลิตไปในตัว ทั้งนี้ยังรณรงค์ให้สหภาพยุโรปเล็งเห็นถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและช่วยกันอนุรักษ์พลังงานมากขึ้น

มาที่บ้านเรารัฐบาลพยายามผลักดันนโยบาย Energy 4.0 ที่มุ่งเน้นการพัฒนาเปลี่ยนแปลงสังคมให้กลายเป็นสังคมสีเขียว เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หนึ่งในมาตรการที่รัฐบาลสนับสนุนตลอดมา เพื่อกรุยทางสู่ยุค Energy 4.0 คือการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนโดยภาคประชาชน ด้วยการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านหรือ “โซลาร์รูฟท็อป” แม้จะได้รับการตอบรับน้อย มีประชาชนแค่บางส่วนที่ให้ความสนใจ แต่ในระยะหลายปีมานี้ราคาของแผงโซลาร์เซลล์ถูกลงกว่าเดิมมาก ลดลงกว่าร้อยละ 90 ภายในระยะเวลา 40 ปี ทำให้ยังมีหวังที่โครงการนี้จะสำเร็จในระยะยาว

ส่วนปตท.เล็งเห็นว่าทั่วโลกมีแนวโน้มเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นทุกวัน จึงเตรียมผุดสถานีเติมไฟฟ้าอีก 20 แห่งในปีนี้ ซึ่งจากเดิมที่มีอยู่แล้ว 21 สถานีแต่ไม่ได้เปิดใช้อย่างเป็นทางการเพราะอยู่ในระหว่างรอคำสั่งอนุมัติจากกรมกิจการพลังงาน อีกหนึ่งผู้ผลักดันให้ประชาชนหันไปใช้พลังงานสะอาดอย่าง บริษัท จีแอลที กรีน (ประเทศไทย) จำกัด เตรียมทุ่มเม็ดเงินลงทุนอีก 50 ล้านบาท เนรมิตสถานีชาร์จรถไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก 70 สถานี นั่นจะทำให้มีจุดให้บริการกว่า 200 สถานี ไว้เพื่อรองรับกระแสการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในเมืองไทย ซึ่งคาดว่าจะได้รับความนิยมอย่างแน่นอนในอนาคต

 

หลอกรักออนไลน์ อาชญากรรมทางเทคโนโลยีสุดน่ากลัว

ชื่อดูเหมือนซีรีย์กุ๊กกิ๊กแนวเกาหลี แต่เชื่อเถอะมันไม่โสภาโสภีเหมือนซีรีย์ที่ว่าหรอก “โรมานซ์แกรม” หรือ “โรมานซ์แกรมเมอร์” เป็นกลลวงสุดแสบของมิจฉาชีพหัวใส ซึ่งนับเป็นอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างหนึ่ง อาชญากรรมชนิดนี้ต่อยอดมาจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เคยระบาด สร้างความเสียหายมูลค่ามหาศาลมาก่อนหน้านี้ เมื่อคนรู้เท่าทันวิธีการเดิมเริ่มไม่ได้ผลมิจฉาชีพก็พยายามเปลี่ยนวิธีการเรื่อย ๆ

วิธีการลวงเหยื่อ

โรมานซ์แกรม หรือหลอกรักออนไลน์มีวิธีการแยบยลกว่าวิธีการคอลเซ็นเตอร์ คือ มิจฉาชีพมักจะก่อเหตุอย่างใจเย็น โดยเริ่มแรกจะส่งคำขอเป็นเพื่อนกับเหยื่อ โดยมากมักจะใช้รูปประจำตัวเป็นหนุ่มหล่อผิวขาวชาวตะวันตก เพื่อให้เหยื่อกดรับเป็นเพื่อนโดยง่าย ไม่นานก็จะแชทเข้าไปพูดคุยกับเหยื่อ ระหว่างนั้นก็มักจะลงรูปอวดความร่ำรวย โชว์ชีวิตหรูหราเสมอ และจะมีเพื่อนซึ่งเป็นหน้าม้า หรือตัวเองที่ล็อกอินยูเซอร์อื่นเข้าไปคอมเม้นต์โต้ตอบ เพื่อให้เหยื่อรู้สึกว่าบุคคลนั้น ๆ มีตัวตนจริง การแชทพูดคุยกับเหยื่อมักจะหยอดคำหวานจีบเหยื่อ ทำให้รู้สึกว่าอยากคบหาดูใจ

ผ่านไปสักระยะเมื่อเห็นว่าเหยื่อไว้ใจและรู้สึกว่าเป็นคู่รักกันแล้วก็มักจะเริ่มออกลาย เริ่มบ่นเรื่องปัญหาทางการเงินหรือธุรกิจไม่ลงตัว เริ่มเรียกร้องต้องการยืมเงินจากเหยื่อ เพราะจะนำไปจ่ายภาษีเพื่อให้เข้าเงื่อนไขรับมรดก หรือเพื่อให้ธุรกิจมีสภาพคล่อง (ส่วนใหญ่มักจะใช้ข้ออ้างนี้) โดยสัญญากับเหยื่อว่าหลังจากได้รับเงินมรดกหรือปันผลทางธุรกิจแล้ว จะคืนเงินมากกว่าห้าหรือสิบเท่าให้กับเหยื่อ โดยมิจฉาชีพพวกนี้มักจะมีวาทะศิลป์ดีโน้มน้าวเหยื่อจนตายใจ เมื่อได้รับเงินจากเหยื่อแล้วระหว่างนั้นจะยังไม่หายไปไหน ทำให้เหยื่อรู้สึกว่าไม่ถูกเชิดเงินหนีและจะพร่ำบอกเหยื่อเสมอว่าใกล้ได้รับเงินแล้ว อาทิตย์นี้ เดือนนี้จะคืนให้ ถ้าเหยื่อยิ่งตกหลุมรักมากมิจฉาชีพเหล่านี้จะยิ่งหลอกซ้ำให้โอนเงินให้เรื่อย ๆ อาจจะมีการคืนเงินบางส่วนเพื่อให้เหยื่อเชื่อใจแล้วขอยืมอีกครั้งในวงเงินที่มากขึ้น เหยื่อที่โดนหลอกเอาทรัพย์สินไปมากที่สุดเสียหายกว่า 33 ล้านบาท!!!

กว่าจะรู้ว่าโดนหลอกเหยื่อแต่ละคนลมแทบจับ ยิ่งโดยเฉพาะตอนความจริงปรากฏ เมื่อเห็นตัวจริงของคนที่ตนเองคุยด้วย คนที่เหยื่อเรียกเต็มปากว่าคนรักนั้นแท้จริงแล้ว เป็นชาวอาฟริกาผิวดำชนิดไม่ตรงปก โดยเหยื่อที่ตกเป็นเป้าหมายของแก๊งโรมานซ์แกรมเหล่านี้มักจะเป็นสาวโสดวัยกลางคนอายุระหว่าง 40-60 ปี เพราะเหยื่อเหล่านี้อารมณ์อ่อนไหวต่อความรักนั่นเอง

ข้อสังเกต

กลลวงของมิจฉาชีพเหล่านี้มักจะแสดงช่องโหว่ให้จับพิรุธได้ง่ายเช่น มีอาการตกหลุมรักเหยื่อโดยง่าย ไม่ยอมให้นัดเจอ ไม่ยอมเปิดกล้องคุยกันแบบเห็นใบหน้า บ่ายเบี่ยงการเปิดเผยตัวจริงทุกรูปแบบ สะกดภาษาอังกฤษแบบผิด ๆ ถูก ๆ เหตุผลที่ใช้ขอยืมทรัพย์สินจากเหยื่อดูไม่มีน้ำหนัก เป็นต้น

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงมิจฉาชีพรูปแบบหนึ่งจากมิจฉาชีพสารพัดรูปแบบ พวกเขากำลังแฝงตัวก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีอยู่บนโลกอินเทอร์เน็ต กลลวงบางอย่างเป็นสิ่งที่คนดีๆนึกไม่ถึง จนทำให้ตกเป็นเหยื่อได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามการติดตามข่าวสารและรับฟังคำเตือนจากสังคม คนรอบข้าง คงเป็นเกราะป้องกันตัวที่ดีที่สุดเมื่อเจอสถานการณ์เช่นนี้

 

เทคโนโลยี ความก้าวหน้าของมวลมนุษย์ ที่พร้อมจะเปลี่ยนโลกแห่งความจริง

โลกทุกวันนี้เรามีเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกมากมายจนแทบไม่ต้องการอะไรแล้ว แต่บางทีก็รู้สึกว่ามันยังขาดอะไรไปอีกนิด ๆ หน่อย ๆ ดังนั้นนักพัฒนาจึงยังไม่หยุดนิ่ง เหล่าคนสมองเพชรยังคงคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ ให้เราใช้ชีวิตง่ายขึ้น กระชับเวลาลง แต่ประหยัดขึ้น ท่ามกลางความหวังที่จะพัฒนาสิ่งต่าง ๆ มากมายนั้น วันนี้เราหยิบยกเอาตัวอย่างเทคโนโลยีส่วนหนึ่ง ที่เราอาจจะพบเจอรอบ ๆ ตัวในอนาคตมาให้ดูกัน

แคชเชียร์อัตโนมัติ ต่อไปเราอาจจะหยิบของในร้านสะดวกซื้อแล้วชำระเงินได้เลย โดยไม่ต้องไปต่อคิวคิดเงินกับพนักงาน ไม่ต้องคอยตอบทุกครั้งว่าไม่เอาซาลาเปากับขนมจีบเพิ่ม ระบบนี้จะตัดยอดสินค้าจากกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์หรือบัตรเครดิตของเราเลย โดยญี่ปุ่นได้ทดลองระบบนี้ไปเมื่อปี 2016 และทาง Baidu ของจีนก็กำลังพยายามพัฒนาระบบนี้ขึ้นมาด้วยเช่นกัน

รถยนต์ไร้คนขับ ปลอดภัยขึ้นจนอุบัติเหตุเกือบเป็นศูนย์ คือสิ่งที่ผู้พัฒนาปัญญาประดิษฐ์แทบทุกเจ้ามุ่งหวังให้เกิดขึ้นจริง ในเทคโนโลยีล้ำสมัยนี้ มันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่สำเร็จเร็ววันเหมือนเทคโนโลยีอื่น ๆ แต่ด้วยความพยายามรวมทั้งเม็ดเงินมหาศาลที่ทุ่มลงไปกับโครงการรถยนต์ไร้คนขับนี้ แสดงให้เห็นว่าแต่ละเจ้าไม่ได้มาเล่น ๆ อย่างแน่นอน

การเติมสีให้รูปหรือวิดีโอขาวดำ เราอาจมีรูปหรือวิดีโอบรรพบุรุษ คนในครอบครัวที่ถ่ายไว้ตั้งแต่ยุค 40 50 นี่คือฝันเป็นจริง ที่จะได้เห็นภาพถ่ายหรือวิดีโอคนสำคัญเหล่านั้นมีสีตรงตามธรรมชาติ มันอาจไม่ใช่เทคโนโลยีล้ำที่สุดแต่เป็นเรื่องของความรู้สึกล้วน ๆ แม้ทุกวันนี้จะมีการทำได้บ้างแล้วจากฝีมือศิลปินนักอัดขยายภาพ แต่การเติมสีลงไปในภาพมันให้ความรู้สึกต่างกัน เพราะไม่ทราบว่าสีนั้น ๆ เป็นสีที่แท้จริงในช่วงเวลานั้นหรือไม่ ด้วยเทคโนโลยีฉลาดล้ำในการจำแนกความโปร่งแสงวิเคราะห์ออกมาเป็นเฉดสีต่าง ๆ จึงทำให้มั่นใจได้ว่าภาพถ่ายนั้น ๆ จะดูมีชีวิตขึ้นมาได้

AI สอนภาษา มันจะดีขนาดไหนที่เราจะสามารถเรียนภาษากับบอทได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าคอร์สแพง ๆ แถมมีภาษาหรือวิชาอื่น ๆ ให้เลือกเรียนมากมาย ลองคิดถึงเด็ก ๆ ห่างไกลที่ไม่มีโอกาสได้มีคุณภาพการเรียนที่ดี สิ่งนี้คงช่วยได้เยอะทีเดียว คำว่าเทคโนโลยีย่อโลกให้แคบลงนั้น กรณีนี้ไม่ได้หมายความว่าเราจะเดินทางจากมุมหนึ่งของโลก ไปยังอีกมุมหนึ่งด้วยความเร็ว แต่ความเข้าใจระหว่างกันต่างหากที่ทำให้ช่องว่างและโลกนั้นแคบลง ถ้าผู้คนไม่เฉพาะคนไทยเราเท่านั้น แต่หมายถึงผู้คนทั่วโลกเรียนรู้ภาษาวัฒนธรรมระหว่างกันได้ด้วยเทคโนโลยีเหล่านี้

และนี่อาจจะเป็นตัวอย่างของสิ่งประดิษฐ์อีกอย่าง ที่พร้อมจะพลิกโฉมหน้าของโลกไปตลอดกาล ชนิดที่ว่าคุณอาจไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่า เรื่องแบบนี้เทคโนโลยีจะทำให้เกิดขึ้นจริงได้

 

E-sport ควรได้รับการยอมรับให้เป็นกีฬาหรือไม่?

แม้หลายฝ่ายจะผลักดันสุดลิ่มทิ่มประตูไปแล้ว ค่ายเครือข่ายโทรศัพท์ยักษ์ใหญ่ก็เตรียมจัดรายการแข่งขันระดับอลังการณ์ดาวล้านดวง แต่คำถามว่า E-sport ควรเป็นกีฬาหรือไม่? ยังคงเป็นประเด็นร้อนฉ่าในโลกโซเชียล เว็บบอร์ดชื่อดังยังคงถกเถียงกันอยู่จนถึงตอนนี้ แน่นอนว่าเสียงแตกออกเป็นสองฝั่ง ทั้งฝ่ายสนับสนุนที่มองว่านี่เป็นโอกาส และฝ่ายคัดค้านก็ห่วงใย ว่าหากไม่วางแผนให้ดีระยะยาว จะเกิดผลด้านลบต่อเยาวชน แต่ละฝ่ายให้ความเห็นได้น่าสนใจ วันนี้เราจึงยกบทสรุปความเห็นจากทั้งสองฝั่งมาพิจารณากันว่าควรเรียก E-sport ว่ากีฬาดีหรือไม่?

ฝ่ายสนับสนุน

1.E-sport ควรเป็นกีฬา ถ้าหากหมากรุกและกีฬาอื่น ๆ ที่ใช้ทักษะเฉพาะเป็นกีฬาได้

2.การเล่นเกมเป็นอาชีพ คือโอกาสสำหรับคนที่ทำงานไม่เก่ง ไม่มีความสามารถอื่นใดที่จะนำพาชีวิตไปสู่ความสำเร็จได้ คนเหล่านี้อาจสอบแข่งขันกับใครไม่ได้ ทำงานหนักไม่ได้ และกลายเป็นคนตกงาน สำหรับคนเหล่านี้ E-sport เป็นเหมือนประตูโอกาสสำหรับการสร้างคุณค่าในตัวเอง สร้างอาชีพ ไม่ให้เป็นภาระของครอบครัวและสังคม

3.E-sport เป็นธุรกิจที่มีมูลค่าสูง สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนมหาศาล หากรัฐช่วยผลักดัน เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องรัฐจะมีเงินเข้าคลังไม่ขาดสาย เพราะธุรกิจนี้กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด และมีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นอีกในอนาคต

4.การระบุให้ E-sport เป็นกีฬาชนิดหนึ่งจะทำให้นักกีฬาได้รับการยอมรับ การให้เกียรติจากสังคม ทุกวันนี้การถูกเรียกว่าเด็กติดเกมเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดี ให้ความรู้สึกเชิงลบ เหมือนคำดูถูก เช่นเดียวกับอาชีพอิสระ หรือฟรีแลนซ์ ที่ชาวบ้านมักจะเข้าใจว่าเป็นคนไม่มีงานทำ การถูกสังคมตราหน้าแบบนั้นโดยที่โต้ตอบอะไรไม่ได้ มันก็เหมือนถูกชกอยู่ฝ่ายเดียว

ฝ่ายคัดค้าน

1.นักกีฬา E-sport มีเพียงส่วนน้อยที่ทำเป็นอาชีพเลี้ยงตัวได้ ส่วนใหญ่ในต่างประเทศนักกีฬาตัวเล็กตัวน้อยที่ไปไม่ถึงระดับโปรเพลย์เยอร์ ยังอยู่ในสถานะตกงาน เบิกค่าเลี้ยงดูจากรัฐอยู่เลย ในขณะที่ประเทศไทยไม่มีระบบช่วยเหลือจากรัฐ และหากตัวนักกีฬาหาผู้สนับสนุนไม่ได้ ภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะตกแก่ครอบครัว

2.ถึงแม้เกมจะสร้างรายได้และเม็ดเงินหมุนเวียนมหาศาลก็จริง แต่เกมที่ถูกพัฒนาโดยคนไทยและสร้างการแข่งขันระหว่างผู้เล่นจริง ๆ จัง ๆ ยังไม่มี ส่วนใหญ่เกมที่เหล่าเกมเมอร์เล่นกันล้วนนำเข้ามาจากต่างประเทศ เม็ดเงินมหาศาลที่ว่าหมุนเวียนในระบบนี้จะตกไปอยู่กับนายทุนและเจ้าของลิขสิทธิ์ซึ่งเป็นต่างชาติ รัฐได้เพียงเศษเนื้อติดกระดูก

3.ลำพังแค่โซเชียลมีเดียเด็กไทยก็ติดกันงอมแงมแล้ว ผลสำรวจล่าสุดจากสถาบันแห่งหนึ่งระบุว่าเด็กไทยใช้เวลากับโซเชียลมีเดีย 98% มากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก 12% นี่ถ้าสนับสนุนให้เล่นเกมอีกก็น่าห่วงว่าเด็กจะใช้ชีวิตอยู่ในโลกสมมติมากกว่าโลกจริง

4.ความพยายามผลักดันให้ E-sport เป็นกีฬาดูไม่โปร่งใส มีเรื่องของการตลาดที่น่าเคลือบแคลงใจ หากไม่ศึกษาผลกระทบให้ดี ผู้มีอำนาจรู้ไม่เท่าทันนักการตลาด อาจเป็นโทษมากกว่าเป็นคุณในระยะยาว

นี่เป็นเพียงบทสรุปความเห็นส่วนหนึ่งจากโซเชียลมีเดียเท่านั้น สะท้อนให้เห็นว่าต่างฝ่ายต่างก็มีเหตุผลที่ควรรับฟัง สำคัญ คือทั้งสองฝ่ายต่างมีความปรารถนาดีเหมือน ๆ กัน สุดท้ายนี้ขอยกความเห็นของคนกลางคนหนึ่งที่เตือนไว้อย่างน่าสนใจว่า

ถึง E-sport จะเป็นหรือไม่เป็นกีฬาก็ตาม เกมเมอร์ทั้งหลายก็ควรแบ่งเวลาให้พอดี เรียน เล่น ให้เป็นเวลา จะได้ไม่รู้สึกว่าพลาดอะไรไปในชีวิต เมื่ออายุล่วงเลยไป 40 หรือ 50 ปี

 

ส่องร้านค้าออนไลน์ของไปรษณีย์

ย่างเข้าการดำเนินการมาถึงเดือนที่ 4 ตั้งแต่เปิดตัวเมื่อช่วงกลางปี แต่กลับแลดูออกจะเงียบเหงาไร้กระแสตอบรับไปหน่อยสำหรับ e-Marketplace ร้านค้าออนไลน์ของไปรษณีย์ไทย หรือ Thailandpostmart แม้จะมีฐานลูกค้าเดิมที่เหนียวแน่นตั้งแต่เปิดขายอย่างไม่เป็นทางการผ่านบมจ.บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ผู้นำทางด้านการสื่อสารในปี 2560 แม้จะมียอดจำหน่ายกว่า 50 ล้านบาท แต่ลูกค้าหน้าใหม่ยังค่อนข้างน้อย เรียกว่าฮิตเงียบ ๆ ก็คงได้ ผู้บริโภคทั่วไปยังไม่ค่อยทราบด้วยซ้ำว่าไปรษณีย์ไทยจำหน่ายสินค้าออนไลน์กับเขาแล้ว แถมยักษ์ใหญ่ในธุรกิจนี้ เขายังประโคมข่าวจัดโปรโมชั่น กระหน่ำบิ๊กแคมเปญกลบกระแสเสียมิด

สินค้าแหวกแนว   

ไม่ว่าใคร ส่องดูสินค้าที่วางจำหน่ายในช็อปออนไลน์ของไปรษณีย์ไทยแล้วคงต้องเซอร์ไพรส์ไม่น้อย แถมอมยิ้มไปในที จะมีใครคาดคิดว่าหินลับมีดแบบดิบ ๆ เป็นก้อน ๆ ฝาชี สวิง ฆ้องสานไม้ไผ่ จะขายออนไลน์ได้ ต้องชื่นชมว่าเป็นก้าวที่กล้าหาญของไปรษณีย์ไทยอย่างแท้จริง ด้วยสินค้าเรียกรอยยิ้มทำให้การเลือกชมเลือกซื้อสินค้ามีความสนุกสนาน สินค้าแนวพื้นบ้าน สินค้า Otop ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนกำลังเข้าสู่ธุรกิจ e-Commerce ภายใต้โครงการ e-Commerce ชุมชน โดยมีคำขวัญว่า

“สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย เติบโตอย่างยั่งยืน”

เบื้องต้นมีหมวดสินค้าแบ่งเป็น 8 กลุ่ม ได้แก่

1.อร่อยทั่วไทย

2.ของดีประจำจังหวัด

3.สินค้าชุมชน

4.สินค้าไปรษณีย์

5.สุขภาพและความงาม

6.บ้านและสวน

7.ยานยนต์

8.สินค้าฮาลาล ซึ่งได้รับความร่วมมือจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)

โอกาสเติบโต

e-Marketplace สอดรับโครงการ “ดิจิทัลชุมชน” มุ่งหวังนำเทคโนโลยีเข้าไปช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจชุมชน ต้องบอกเลยว่าคอนเซ็ปต์น่าสนใจมาก ทั้งการเป็นผู้ซื้อและผู้จำหน่ายสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้จำหน่ายสินค้าในโครงการ เพราะทางไปรษณีย์ไทยร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตร และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส วางเป้าเชื่อมโยงเข้ากับสินค้าในระบบร้านค้าปลีก หรือ pos ชุมชนมากกว่า 5,000 จุด เพื่อเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าจากผู้ผลิตท้องถิ่น และวิสาหกิจชุมชน เหมือนมีคนลงทุนเปิดหน้าร้านให้เราแถมขายของให้อีกต่างหาก

นอกจากสินค้าแปลก ๆ เรียกอมยิ้มได้ที่กล่าวไปข้างต้น ยังมีสินค้าระดับสุดยอดของดีของเด่นจากชุมชนทั่วไทย เช่น หมูย่างเมืองตรัง แดงแหนมเนือง เป็ดย่างพิมาย ฯลฯ สินค้าเหล่านี้มามารถสั่งซื้อได้ตลอด 24 ชั่วโมง และสินค้าจะถูกจัดส่งถึงมือผู้รับภายใน 1-2 วัน

สำหรับใครที่สนใจสินค้าชุมชน อยากสนับสนุนผู้ค้าเพื่อพํฒนา marketplace ไทยแท้ไปด้วยกัน นอกจากช่องทาง thailandpostmart.com แล้วยังมีแอปพลิเคชันช็อปปิ้งทั้งใน iOS และ android อีกด้วย ส่วนใครที่สนใจเป็นผู้ค้าในโครงการสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศ

 

หลบไปเลยดิจิตอลทีวี เมื่อมือถือฉายภาพเข้าทีวีได้แล้ว

ดูฟุตบอลในโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตไม่สะใจ ดูซีรีย์ในโทรศัพท์ไม่ได้อรรถรส อยากต่อมือถือออกจอทีวีจัง ว่าแต่มันทำได้ใช่ไหม? ทำอย่างไร? เหล่านี้ล้วนเป็นคำถามที่หลายคนสงสัยใคร่รู้ โดยเฉพาะพี่ ป้า น้า อา ผู้ไม่ได้เชี่ยวชาญในยุคดิจิตอล

ชนิดของพอร์ต

วิธีต่ออุปกรณ์ใด ๆ เข้ากับโทรทัศน์ก็ตาม ต้องมีสิ่งที่เรียกว่า “พอร์ต” ในภาษาชาวบ้านก็คือช่องเสียบ รูเสียบ แจ็ค เราต้องอาศัยพอร์ตเหล่านี้ในการส่งภาพจากอุปกรณ์ต่อพ่วงเข้าจอโทรทัศน์ โดยหลัก ๆ แล้วพอร์ตที่ใช้จะมีอยู่สองถึงสามชนิดแล้วแต่รุ่นของโทรทัศน์ แต่ในที่นี้เราจะพูดถึงพอร์ตสองชนิดที่มีอุปกรณ์ต่อพ่วงให้เลือกใช้อย่างแพร่หลาย

HDMI ย่อมาจาก High-Definition Multimedia Interface เป็นพอร์ตเชื่อมต่อมัลติมีเดียคุณภาพสูง ให้ภาพที่คมชัดและเสียงที่สมจริง โดยพอร์ต HDMI ยังมีแบ่งเวอร์ชันกันอีกด้วย แน่นอนว่าเวอร์ชันใหม่ ๆ ยิ่งดีกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย

RCA ย่อมาจาก Radio Corporation America สายเคเบิ้ล RCA เป็นสายเสียบแบบอนาล็อก เป็นพอร์ตทางเลือกในทีวีจอตู้สมัยก่อน (CRT TV) แม้จะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนักในการส่งภาพจากอุปกรณ์โทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ขึ้นไปแสดงผลบนหน้าจอด้วยพอร์ตที่ว่านี้ แต่ยังพอมีอุปกรณ์ต่อพ่วงให้ซื้อหาได้

อุปกรณ์ต่อพ่วง

                สายสัญญาณ การต่อสายสัญญาณเป็นวิธีการเบสิกที่สุดของการเชื่อมต่ออุปกรณ์เข้ากับโทรทัศน์แบบ HDMI สายสัญญาณที่หัวด้านหนึ่งเสียบเข้ากับ HDMI ของโทรทัศน์ได้ ปลายอีกด้านเสียบกับช่องชาร์จโทรศัพท์ อาจจะมีหรือไม่มีสายอีกเส้นเป็นหัว USB เพื่อการชาร์ต แบบนี้เรียกว่า MHL ย่อมาจาก Mobile High-Definition Link สายสัญญาณชนิดนี้ส่งภาพขึ้นจอได้โดยตรง มีราคาไม่สูงมากอยู่ระหว่าง 300-1,500 บาท ขึ้นอยู่กับคุณภาพ ยี่ห้อ ของแท้หรือของเทียม โดยสายสัญญาณคุณภาพดีจะให้ภาพที่ต่อเนื่องเกิดอาการภาพค้าง ขาดการเชื่อมต่อน้อยมาก อย่าลืมเปลี่ยนช่องทีวีที่รีโมทไปที่ช่อง HDMI ด้วย

ในขณะที่สายสัญญาณแบบ HDMI ต่อเข้ากับโทรทัศน์ได้เลย แต่ทว่าสายสัญญาณ RCA ทำเช่นนั้นไม่ได้ มันต้องผ่านการแปลงสัญญาณด้วยกล่องแปลงสัญญาณดิจิตอลเป็นอนาล็อกเสียก่อน หากต้องการอุปกรณ์ต่อพ่วงที่ใช้งานได้จริงควรซื้อกับร้านที่เชื่อถือได้ และควรทดลองใช้งานที่ร้านเลย โดยกล่องแปลงสัญญาณจากดิจิตอลเป็นอนาล็อกนี้ราคาอยู่ที่ประมาณ 500 – 3,500 บาท ไม่มีของแท้จากผู้ผลิตชั้นนำ อย่าลืมกดรีโมทเปลี่ยนไปที่ช่อง AV ด้วย

Display Dongle อุปกรณ์สะท้อนหน้าจอ เพื่อการใช้ฟังก์ชัน cast , screen mirroring อุปกรณ์เหล่านี้มีพอร์ตเชื่อมต่อทั้งแบบ HDMI และ RCA ขึ้นอยู่กับรุ่น ยี่ห้อ และราคา สมาร์ททีวีหลายยี่ห้อมีฟังก์ชันนี้ติดตั้งอยู่ในตัวไม่ต้องซื้ออุปกรณ์ต่อพ่วงเพิ่มเติม ข้อดีของอุปกรณ์ Display Dongle คือการเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่านสัญญาณ Wireless , WIFI และแน่นอนความต่อเนื่องของภาพต้องอาศัยความแรงของอินเทอร์เน็ตด้วย แนะนำใช้งานกับอินเทอร์เน็ต 10Mbps ขึ้นไปเท่านั้น แต่ถึงแม้ความเร็วของอินเทอร์เน็ตจะสูงก็ตาม อุปกรณ์เหล่านี้ก็อาจจะเกิดการค้าง หลุด ได้เช่นกัน มากน้อยขึ้นอยู่กับความเสถียรของอินเทอร์เน็ต ตัวอุปกรณ์เอง และโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตที่ใช้ฟังก์ชันสะท้อนหน้าจอ

ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมา คือวิธีการเชื่อมต่อโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตขึ้นแสดงผลบนหน้าจอ อันมีข้อเสียอีกข้อที่ควรคำนึงคือระหว่างรับชม หน้าจอโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตที่ใช้เชื่อมต่อนั้นจะต้องเปิดไว้ตลอดเวลาด้วย ซึ่งเสี่ยงต่อการเสียหายหากใช้งานเป็นเวลานาน ควรใช้เป็นครั้งคราวและไม่ควรใช้งานติดต่อกันนานจนเกินไป