หุ่นยนต์นักเสิร์ฟ เครื่องมือรักษาสภาพจิตใจของผู้ป่วยอัมพาต

จากการเปิดเผยข้อมูลขององค์การอนามัยโลกพบว่า โรคอัมพาต ถือเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่นำไปสู่การเสียชีวิตมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลก และพบว่ามีอัตราเฉลี่ยถึงร้อยละ 30 ที่ผู้ป่วยจะเสียชีวิตจากโรคนี้ ร้อยละ 40 ของผู้ป่วยจะไม่สามารถเคลื่อนไหวได้หรือเคลื่อนไหวได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และจะมีเพียงแค่ร้อยละ 30 ของผู้ป่วยโดยเฉลี่ย ที่มีโอกาสหายหรือมีอาการที่ดีขึ้นได้ แต่ต้องหมั่นทานยาควบคุมตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

                หากเจาะลึกลงไปกว่านั้น จะพบว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยโรคอัมพาต ไม่สามารถได้รับผลการรักษาที่เป็นไปในทิศทางที่ดีเท่าที่ควร มาจากสภาพจิตใจที่เกิดความท้อแท้ต่อการรักษาที่ต้องใช้เวลานาน และเห็นผลการรักษาค่อนข้างช้า เนื่องจากผู้ป่วยไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างคล่องแคล่วดั่งในอดีต จึงเป็นเหตุให้ผู้ป่วยไม่พยายามที่จะทำกายภาพบำบัด หรือทานยาตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัด นำมาซึ่งผลการรักษาที่ไม่สามารถพลิกฟื้นสภาพร่างกายและจิตใจของตัวผู้ป่วยให้กลับมาดีได้ดังเดิม

                แต่ล่าสุด มีกลุ่มผู้ที่สามารถคิดค้นหุ่นยนต์ที่สามารถควบคุมได้โดยผู้ป่วยอัมพาตสำเร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยอาจเรียกเจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้ง่ายๆ ว่า หุ่นยนต์นักเสิร์ฟ และความพิเศษของเทคโนโลยีใหม่ชิ้นนี้คือ สามารถควบคุมหุ่นยนต์ให้เคลื่อนไหวได้จากระยะไกลผ่านการใช้สายตาในการพิมพ์ข้อความเพื่อออกคำสั่งต่างๆ ที่จะสามารถควบคุมหุ่นยนต์ได้อย่างอิสระ นอกจากนี้ยังสามารถมองภาพได้ผ่านกล้องที่ถูกติดตั้งอยู่ในตัวหุ่นยนต์ ทำให้ผู้บังคับรู้สึกเหมือนได้เคลื่อนไหวอยู่ในอีกสถานที่หนึ่งเลยทีเดียว

                โดยเมื่อช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ปี 2018 ได้มีการเปิดร้านคาเฟ่ ดอว์น เวอร์ชันเบต้า ขึ้นในเมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อทดลองนำเอา หุ่นยนต์นักเสิร์ฟ มาใช้งานจริงๆ โดยถึงแม้จะเป็นเพียงช่วงทดลอง แต่ก็มีกลุ่มผู้ให้ความสนใจมากมายที่ได้มาลองใช้บริการที่คาเฟ่แห่งนี้ ทางร้านได้จ้างผู้ป่วยที่เป็นโรคอัมพาตมาทำงานเป็นพนักงานคอยควบคุมคน และจ่ายค่าจ้างเป็นค่าแรงขั้นพื้นฐานตามกฎหมายของญี่ปุ่นในขณะนั้น และในปัจจุบันได้ทำการปิดปรับปรุงเป็นการชั่วคราว เพื่อที่จะนำผลที่ได้จากการทดลองไปปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น โดยจะกลับมาเปิดใหม่อีกครั้งในปี 2020

                ถ้าถามว่าสิ่งสำคัญของ หุ่นยนต์นักเสิร์ฟ อยู่ที่รายได้ที่เข้ามาสู่ร้านหรือไม่ ก็คงไม่ใช่ เพราะด้วยค่าจ้างที่จ่ายให้เป็นค่าแรงพื้นฐานของประเทศญี่ปุ่น ดังนั้นเพียงแค่จ้างพนักงานทั่วไป ก็น่าจะมีกลุ่มคนที่สนใจเข้ามาสมัครงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่คาเฟ่อยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่ การได้เปิดประสบการณ์การเคลื่อนไหวในมุมมองที่แตกต่างให้แก่ผู้ป่วยโรคอัมพาต และช่วยเยียวยาสภาพจิตใจผู้ป่วยที่เป็นโรคอัมพาต ให้สามารถที่จะดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งมีความหวังในการรักษาโรคอัมพาตให้กลับมามีอาการที่ดีขึ้น และไม่เพียงแค่เรื่องการประกอบอาชีพเท่านั้น แต่ หุ่นยนต์นักเสิร์ฟ ยังสามารถที่จะนำมาเป็นเครื่องมือในการใช้ชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่ง เพื่อให้ผู้ป่วยอัมพาตได้ใช้ชีวิตดั่งที่ใจต้องการได้อีกครั้งในรูปแบบเสมือนจริง

ปัญหาการใช้แรงงานสัตว์และความเหลื่อมล้ำจะหมดไปด้วยรถเข็นไฟฟ้านำเที่ยว

ปัญหาการใช้แรงงานสัตว์ต่างเป็นข้อถกเถียงในระดับสากลมาอย่างเนิ่นนาน ไม่ว่าจะเป็นการนำสัตว์ต่างๆ มาใช้ในโชว์การแสดง หรือใช้ในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งจริงๆ แล้วไม่น่าจะทำให้เกิดผลเสียแต่อย่างใด แถมยังจะช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เสียด้วยซ้ำ ถ้าหากนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางที่สมควร

                แต่จากความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ก็ต้องยอมรับว่า ในปัจจุบันเราต่างพบเห็นสัตว์ต่างๆหลากหลายสายพันธุ์ ถูกนำมาใช้เป็นพาหนะในการทำธุรกิจเชิงท่องเที่ยว ซึ่งได้สร้างผลกำไรมหาศาลให้แก่ผู้ประกอบการ ด้วยเหตุที่แรงงานสัตว์เหล่านี้ใช้ต้นทุนทางพลังงานต่ำกว่าการใช้พาหนะทั่วไปที่ต้องใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง เป็นเหตุให้เกิดปัญหาที่ถูกร้องเรียนอย่างมากจากทั่วทุกมุมโลกนั่นคือ การที่สัตว์เหล่านี้ไม่ได้รับการดูแลดีเท่าที่ควรทั้งทางด้านการกินอยู่ และด้านสุขภาพ

                ปัญหาต่างๆ เหล่านี้จะหมดไป เมื่อปัจจุบัน มีการทดลองพัฒนารถเข็นไฟฟ้าสำหรับผู้ป่วย ที่นำมาต่อยอดให้กลายเป็นพาหนะที่ใช้ในการท่องเที่ยวเชิงเทคโนโลยี หรือที่เรียกกันอย่างง่ายๆว่า รถเข็นไฟฟ้านำเที่ยว

                รถเข็นไฟฟ้านำเที่ยว จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเดินทางท่องเที่ยวไปได้อย่างสะดวก ปลอดภัย โดยใช้เพียงแค่พลังงานต้นกำเนิดจากไฟฟ้าเพื่อใช้ในการขับเคลื่อน นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังจะสามารถเพลิดเพลินไปกับแอปพลิเคชันที่ถูกพัฒนามาเพื่อนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ที่จะคอยรายงานข้อมูลที่น่าสนใจผ่านทางแท็บเล็ตไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่น่าสนใจ และแนะนำร้านอาหารต่างๆ ให้แก่เหล่านักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ นอกจากนี้ รถเข็นไฟฟ้านำเที่ยว ยังสามารถนำมาใช้ในเมืองที่มีการสัญจรหนาแน่น ทำให้ผู้ที่มาใช้บริการเกิดความรู้สึกสนุกสนานไปกับการท่องเที่ยวได้มากยิ่งขึ้น

                ล่าสุด ทางบริษัท เอ็นทีที โดโคโม องค์กรชั้นนำที่ให้บริการด้านการสื่อสารรายใหญ่ของญี่ปุ่น ได้จับมือร่วมกับเหล่าบริษัทชั้นนำในประเทศ พัฒนาเทคโนโลยี รถเข็นไฟฟ้านำเที่ยวสำเร็จเป็นที่เรียบร้อย โดยได้มีการนำมาทดลองใช้เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาที่มหานครโตเกียว ณ เขตเมืองมารูโนอูจิ เป็นเวลา 5 วัน ภายหลังที่ได้เปิดให้ทดลองใช้งานเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย ก็จะนำไปปรับปรุงแก้ไข พร้อมทั้งพัฒนาตัวแอปพลิเคชันให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นก่อนเปิดใช้งานเต็มรูปแบบในอนาคต

                เมื่อลองนำมาคิดกันดูว่า นอกจาก รถเข็นไฟฟ้านำเที่ยว จะช่วยเปลี่ยนหน้าตาการท่องเที่ยวให้พัฒนาควบคู่ไปกับเทคโนโลยีแล้ว ยังสามารถเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานสัตว์ที่เกิดขึ้นในทั่วทุกมุมโลกได้อีกด้วย และที่ยิ่งไปกว่านั้น อาจสามารถเปลี่ยนวิถีชีวิตของกลุ่มผู้พิการทางการเคลื่อนไหว ให้เข้ามามีส่วนร่วมกับบทบาทในสังคมได้ ผ่านการประกอบอาชีพการเป็นมัคคุเทศก์ ที่จะคอยแนะนำข้อมูลให้แก่ผู้ที่มาเข้าใช้บริการ และสามารถพาชมสถานที่ต่างๆ ซึ่งจากที่กล่าวมามีความเป็นไปได้ว่า รถเข็นไฟฟ้านำเที่ยว อาจจะเป็นเทคโนโลยีที่มีส่วนอย่างมากที่จะเข้ามาแก้ปัญหาลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้อีกด้วย

โลกเสมือนจริง โลกแห่งใหม่สำหรับมนุษย์ในยุค 4.0

ลองคิดดูสิว่าจะดีแค่ไหนที่คุณอยู่ในสถานที่เดิม แต่คุณสามารถมองเห็น รับรู้ รวมกระทั่งสัมผัสสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม และมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาถ้าคุณต้องการ เหมือนคุณหลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่งเลยทีเดียว เมื่อพูดแบบนี้หลาย ๆ คนคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงแค่จินตนาการของมนุษย์เท่านั้น เพราะในความเป็นจริงไม่มีทางที่จะทำได้ ตอนนี้ขอบอกเลยว่าคุณคิดผิด ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าได้เปลี่ยนแปลงสิ่งที่คุณคิดว่าเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ นวัตกรรมนี้เรียกว่า โลกเสมือนจริง (Virtual Reality)

                โลกเสมือนจริง (VR) นี้คือ เทคโนโลยีที่สามารถจำลองสถานการณ์ สถานที่ รวมถึงสภาพแวดล้อมที่คุณสนใจ โดยสิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง หรือสิ่งที่อยู่ในจินตนาการก็ได้ ทำให้คุณสามารถสัมผัสสิ่งเหล่านี้ได้แบบใกล้ชิด มาในรูปแบบของภาพ เสียง และการสัมผัสด้วยร่างกาย การสั่งงานของระบบจะสั่งผ่านคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์เสริมที่ใช้ในการสร้างโลกเสมือนจริง ไม่ว่าจะเป็นแว่นตา ถุงมือ เก้าอี้ และเม้าส์ เพื่อให้ผู้อยู่ในโลกนี้รู้สึกรับรู้ได้ถึงสิ่งต่าง ๆ รอบตัวแบบสามมิติ นั่นคือ การมองเห็น การสัมผัส และการได้ยินเสียง

คนที่เข้าไปอยู่ในโลกเสมือนจริงนี้จะรู้สึกเหมือนตัวเองถูกตัดขาดจากโลกภายนอก และดึงให้เข้ามาอยู่ในอีกโลกที่ถูกจำลองขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ในปัจจุบันมีการพัฒนาให้ทันสมัยมากขึ้นด้วยการจำลองโลกเสมือนจริงนี้มารวมเข้ากับโลกแห่งความเป็นจริง ทำให้เราเห็นภาพจริง กับภาพจำลองซ้อนทับในเวลาเดียวกัน ด้วยการประมวลผลจากคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์เฉพาะที่ใช้กับการจำลองที่มีขนาดเล็กลง ทำให้เราเห็นโลกแห่งความจริง และโลกที่จำลองได้ในขณะเดียวกัน เรียกว่านอกจากจะเห็นภาพแล้ว ยังสัมผัสได้ และได้กลิ่นจากสิ่งต่าง ๆ รอบตัว จนเราแทบจะแยกไม่ออกเลยทีเดียวว่าสิ่งใดคือโลกแห่งความเป็นจริง และสิ่งใดคือโลกเสมือนจริง เทคโนโลยีเรียกว่า Augmented Reality หรือ AR

                นวัตกรรม AR นี้เหมือนจริงมากกว่า และยังประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่า มีการนำมาใช้ประโยชน์ในหลากหลายสาขา ดังนี้

  1. ทางการศึกษา ถูกนำมาจำลองการฝึกภาคปฏิบัติให้กับเด็ก เพื่อส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้ในสิ่งที่ไม่สามารถเห็นได้จากหนังสือ
  2. ภาพยนตร์ มีการนำมาใช้นานแล้ว ในการดูภาพยนตร์ 3 มิติ หรือ 4 มิติ เพื่อสร้างความตื่นเต้น สนุกสนาน และเหมือนเราเข้าไปอยู่ในโลกแห่งภาพยนตร์
  3. ในวงการเกม มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา จำลองโลกเสมือนว่าตัวเราคือตัวละครหลักในเกมที่เราเล่น ทำให้ได้รับความสนุกสนาน เพลิดเพลินแบบ Full HD เลยทีเดียว
  4. ในการโฆษณา มีการจำลองภาพสินค้าเหมือนจริงให้เราเห็นด้วยตาเหมือนมีสินค้าจริงมาตั้งอยู่ตรงหน้าเรา
  5. ทางการแพทย์ ถูกนำมาใช้ในการรักษาในโรคที่เกี่ยวกับระบบประสาท ไม่ว่าจะเป็นโรคเครียด หรือภาวะการนอนไม่หลับ ผู้รักษาสามารถรักษาโรคเหล่านี้ได้ด้วยตนเอง เพียงทำตามคำแนะนำของแพทย์

จะเห็นได้ว่าโลกเสมือนจริงนี้มีประโยชน์ต่อมนุษย์อย่างมากมายมหาศาล และถูกนำมาใช้เพื่อประโยชน์ของมนุษย์เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคตอันใกล้นี้ รับรองว่าโลกเสมือนจริงนี้จะมีการพัฒนาให้ใช้งานได้อยากมีประสิทธิภาพมากขึ้นและเกิดประโยชน์ต่อมนุษย์ครอบคลุมในทุกสาขาอย่างแน่นอน

โดรน เทคโนโลยีใหม่ของการส่งสินค้าที่รวดเร็ว เหมือนคุณเดินเลือกซื้อด้วยตัวเอง

ด้วยเทคโนโลยีที่มีความทันสมัย ส่งผลให้รูปแบบของการซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคเปลี่ยนรูปแบบไป คนส่วนใหญ่หันมาซื้อสินค้าด้วยช่องทางออนไลน์มากขึ้น นั่นคือ ไม่จำเป็นต้องออกไปเดินเลือกซื้อสิ่งของต่าง ๆ ด้วยตนเอง แต่สามารถเลือกซื้อได้จากสถานที่ต่าง ๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็น บ้าน ที่ทำงาน หรือสถานที่ท่องเที่ยว เรียกว่าเราสามารถซื้อของที่เราสนใจได้ในทุกสถานที่และทุกเวลา ดังนั้นการซื้อสินค้ารูปแบบนี้สิ่งที่สำคัญอย่างมากคือการส่งสินค้าให้ถึงมือผู้บริโภคแบบรวดเร็ว ฉับไว ทันใจผู้ซื้อ ปัจจุบันมีการพัฒนาเทคโนโลยีในการจัดส่งสินค้าอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการจัดส่งที่รวดเร็วมากเรียกได้ว่าสั่งแล้วได้สินค้าภายในวันที่สั่งเลยทันที แทบจะไม่แตกต่างจากการที่เราไปเดินเลือกซื้อด้วยตนเอง และยังสะดวก ไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางไปเลือกซื้อสินค้า ความปลอดภัยของสินค้าก็เป็นสิ่งที่ไม่สามารถมองข้าวได้เช่นกัน ผู้ซื้อต้องเช็คสถานะของการส่งสินค้าได้ทันทีว่าในเวลานี้สินค้าเราอยู่ในกระบวนการไหนในการจัดส่ง เพื่อให้เกิดความมั่นใจมากที่สุด

                รูปแบบการจัดส่งสินค้ามีความก้าวหน้าอยากมาก ปัจจุบันมีการนำโดรนมาใช้ในการจัดส่ง โดรน (Drone) คือ อากาศยานไร้คนขับ มีลักษณะคล้ายเฮลิคอปเตอร์ แต่จะมีจำนวนใบพัดมากกว่า ในแต่ละใบพัดก็จะมีมอเตอร์ของตัวเอง ที่ได้รับความนิยมมีแบบ 4 ใบพัด และ 6 ใบพัด โดรนไม่ต้องใช้ระยะทางยาวในการขึ้น และลง เรียกว่าสามารถขึ้น – ลงได้ในแนวตั้ง อีกทั้งมีขนาดเล็กกว่าเฮลิคอปเตอร์ เพราะไม่ต้องใช้คนในการขับเคลื่อน คนจะเป็นเพียงผู้บังคับผ่านรีโมทคอนโทรล หรือคอมพิวเตอร์เท่านั้น โดรนจะถูกติดตั้งกล้องไว้เพื่อประโยชน์ในการบังคับเสมือนผู้บังคับได้ขึ้นไปนั่งอยู่เอง ในอดีตโดรนจะถูกนำมาใช้ประโยชน์ทางการทหาร หรือสงคราม โดยใช้ในการสอดแนมข้าศึก หรือมีการนำอาวุธมาติดเพื่อให้สามารถโจมตีข้าศึกได้ในระยะทางไกล แต่ในปัจจุบันมีการพัฒนาโดรนให้มีความทันสมัยมากขึ้น นำมาใช้ประโยชน์ในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสภาพของการจราจร เก็บข้อมูลทางภูมิศาสตร์ของโลกในบางจุดที่เข้าถึงยาก ใช้ในการเกษตร ใช้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ที่คนไม่สามารถเข้าถึงได้ หรือเข้าถึงได้ยาก และในปัจจุบันมีการพัฒนาโดรนมาใช้ในการขนส่งสินค้า การขนส่งด้วยโดรนนี้เหมาะสำหรับการขนส่งในระยะไกล เพราะโดรนสามารถเข้าถึงได้ทุกพื้นที่ ใช้เวลารวดเร็ว และที่สำคัญคือเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการขนส่งด้วยคน

เทคโนโลยีการขนส่งสินค้าด้วยโดรนนี้ ถือได้ว่าได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างมาก เพราะลดข้อจำกัดหลายอย่างที่คนไม่สามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานตลอดเวลา หรือการเดินทางไปในบางจุดที่เข้าถึงยากใช้เวลานานในการเดินทาง ปัจจุบันจึงมีการพัฒนาโดรนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรับน้ำหนัก หรือระยะเวลาในการทำงาน เพื่อทำให้การขนส่งสินค้ารวดเร็ว และปลอดภัยต่อผู้บริโภค หรือแทบจะเรียกได้ว่าไม่ต่างจากการที่เราไปเดินเลือกซื้อสินค้าด้วยตัวเองเลยทีเดียว

ประสบการณ์การวิ่งแห่งอนาคต เอาใจคนไอทีกับลู่วิ่ง VR

เทคโนโลยีความจริงเสมือน หรือ VR ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น รวมทั้งการออกกำลังกายด้วย เมื่อมีบริษัทเทคโนโลยี ผสมผสาน VR เข้ากับการวิ่งในลู่อันแสนน่าเบื่อในฟิตเนสให้เพิ่มความสนุกยิ่งขึ้นกว่าเดิม ความรู้สึกเมื่อไปวิ่งลู่วิ่งในฟิตเนส 30 นาทีสำหรับหลายคนอาจดูเนิ่นนาน แต่บริษัทพัฒนาเทคโนโลยี Blue Goji ผู้พัฒนาเกมบนแพลตฟอร์ม  VR จะช่วยทำให้การวิ่งบนลู่วิ่งสนุกขึ้นจนลืมเวลาได้

ลู่วิ่ง VR นี้ ถูกออกแบบมาให้เคลื่อนที่แบบไม่มีที่สิ้นสุด พ่วงด้วยแว่นตา VR ให้ผู้วิ่งสวมใส่ นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์เชื่อมต่อสำหรับการเล่นเกม พร้อมเข็มขัดชนิดพิเศษเพื่อป้องกันการหกล้มระหว่างการวิ่งบนเครื่องด้วย

ลู่วิ่ง VR ได้สร้างประสบการณ์ที่เหนือกว่าการวิ่งบนลู่ทั่วไป เพราะโลกเสมือนจริงจะพาผู้วิ่งไปยังสถานที่แปลกใหม่กว่าฟิตเนสที่ดูจำเจ อีกทั้งยังสร้างแรงผลักดันให้พวกคนวิ่งเอาชนะข้อจำกัดของตัวเองในการออกกำลังกาย ผ่านการแข่งขันในเกมบนโลก VR ระหว่างการวิ่งด้วย​ แต่ข้อจำกัดหนึ่งของ VR ที่หลายคนเผชิญ คือ อาการที่เรียกว่า VR Motion Sickness หรือภาวะคลื่นไส้หรือเวียนศีรษะระหว่างที่สวมแว่นตา VR เพราะปกติแล้ว การเคลื่อนที่บนโลกของ VR จะไม่เกิดในชีวิตจริง ณ ตอนนั้น ซึ่งทำให้ผู้ใช้เกิดอาการเวียนศีรษะและคลื่นไส้ได้ ซึ่งทาง Blue Goji ยืนยันว่า ลู่วิ่ง VR ตัวนี้ได้แก้ปัญหาดังกล่าวได้แล้ว ถือว่าเป็นกีฬาแบบ E – sport เหมาะมากๆสำหรับคอเทคโนโลยี ยังมีข่าวเทคโนโลยีใหม่ๆ รอคุณอยู่อีกมากที่ W88 อีสปอร์ต เข้ามาอ่านกันเลย

การพิมพ์สามมิติ เทคโนโลยีใหม่สำหรับงานเสมือนจริง

การนำเสนองานในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่เกี่ยวกับการออกแบบผลิตภัณฑ์นั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือตัวอย่างของสิ่งที่เรากำลังจะนำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นของใช้ แบบจำลองบ้าน ตัวการ์ตูน หุ่น ไปจนกระทั่งถึงผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อนมาก ๆ อย่างอะไหล่ หรือเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม ผู้บริโภคล้วนต้องการดูของตัวอย่างก่อนที่จะสั่งสิ่งของจากผู้ผลิต ตัวอย่างเหล่านี้กลายเป็นส่วนประกอบสำคัญในการพิจารณาเลือกซื้อ งานจำลองใช้เวลาในการผลิต และงบประมาณน้อยกว่าการสร้างผลิตภัณฑ์จริง และบางงานชนิดมีข้อจำกัดในการสร้างงานจริงเพื่อให้ลูกค้าเลือก เช่นงานออกแบบบ้าน หรือเฟอร์นิเจอร์ ตัวอย่างงานจึงมีความสำคัญอย่างมาก ทำให้มีการพัฒนาเทคโนโลยีในการพิมพ์ให้มีความเหมือนจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ

                การพิมพ์สามมิติ (3D Printing) เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้ในการสร้างแบบจำลองที่มีความเหมือนจริงมาก งานบางชิ้นเมื่อมองดูแบบผิวเผินแทบจะแยกไม่ออกเลยว่าชิ้นไหนคือของจริง ชิ้นไหนคือแบบจำลอง งานบางชิ้นสามารถนำมาใช้แทนผลิตภัณฑ์จริงได้เลย แต่จะมีความทนทานน้อยกว่า เช่น ที่เก็บหูฟัง ที่เปิดขวด ที่วางแก้วน้ำ และอุปกรณ์งานช่างบางชนิด เป็นต้น การพัฒนาเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิตินี้มีความก้าวหน้าเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในปัจจุบันสามารถสร้างชิ้นงานที่ละเอียด และใช้วัสดุได้หลากหลายชนิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ยาง โลหะ หรือพลาสติก ขึ้นอยู่กับประเภทของงานที่ต้องการ เครื่องพิมพ์งานชนิดนี้จะต้องใช้การสั่งงานผ่านคอมพิวเตอร์ ต้องใช้โปรแกรมโดยเฉพาะที่ใช้ในการออกแบบงานสามมิติ ด้วยเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยทำให้สามารถพิมพ์งานออกมาได้อย่างรวดเร็ว พิมพ์ได้จำนวนมาก และราคาไม่สูงมาก ทำให้การพิมพ์สามมิติ ได้รับความนิยมอย่างมาก และนำไปใช้ในงานหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น งานอุตสาหกรรม งานวิศวกรรมการออกแบบ งานการศึกษา งานสถาปัตยกรรม งานออกแบบแฟชั่นหรือเครื่องประดับ งานการบิน รวมกระทั่งถึงการแพทย์ ในงานแต่ละประเภท ก็สร้างประโยชน์อย่างมากมายมหาศาล

ขอยกตัวอย่างของการนำชิ้นงานสามมิติมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ดังนี้

  1. ทำให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น เมื่อแพทย์ทำการสแกนร่างกายของผู้ป่วยแล้ว จะมีการจำลองสิ่งที่สแกนออกมาเป็นภาพสามมิติ ทำให้แพทย์สามารถเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น นำไปสู่การรักษาที่มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น
  2. แบบจำลองสามมิติ ทำให้แพทย์เห็นได้ถึงความแตกต่างของโรค อันจะนำมาซึ่งการเลือกวิธีรักษาที่ดีที่สุดต่อผู้ป่วย
  3. แบบจำลองสามมิติถูกนำมาใช้ในการผ่าตัดเพิ่มมากขึ้น เพราะทำให้แพทย์สามารถทดลองผ่าตัดกับแบบจำลองก่อนลงมือผ่าจริงได้ เพื่อลดความเสี่ยงในการผ่าตัดลง รวมทั้งทำให้แผลจากการผ่าตัดมีขนาดเล็กลงผู้ป่วยสามารถรักษาตัวได้เร็วขึ้น

แบบจำลองสามมิติมีความสำคัญอย่างมากในปัจจุบัน เพราะกลายมาเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคใช้ในการพิจารณาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่เหมือนจริง ผลิตได้รวดเร็ว และต้นทุนต่ำ ส่งผลให้แบบจำลองเหล่านี้ถูกนำมาใช้ในหลายธุรกิจ เพื่อให้ทุกวงการมีงานที่มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น และพัฒนาให้ก้าวหน้าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด


ตู้ฝากกระเป๋าอัตโนมัติ เพื่อนใหม่สำหรับนักเดินทาง

การเดินทางท่องเที่ยวถือได้ว่าเป็นความใฝ่ฝันของคนจำนวนมาก อุปสรรคหลักที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือกระเป๋าเดินทาง การเดินทางออกไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ นั้น ส่วนใหญ่จะเดินทางแบบต้องค้างคืน เพราะจะทำให้เราท่องเที่ยวในที่ที่ไกลได้อย่างสนุกสนานและครบถ้วน ในการเที่ยวทุกครั้งสัมภาระที่เรานำติดตัวไปนั้นมีมากไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเสื้อผ้า หรือสิ่งของที่เราซื้อจากการท่องเที่ยว หลาย ๆ ครั้งของเหล่านี้มีจำนวนมาก ถ้าเราต้องถือสิ่งของเหล่านี้เดินเป็นระยะทางไกล ๆ ต้องขึ้นรถสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นรถประจำทาง รถไฟฟ้า รถไฟ ลงเรือ หรือถ้าเราต้องย้ายเมืองในการท่องเที่ยวไปเรื่อย ๆ แต่โรงแรมไม่รับฝากสัมภาระที่เรานำมา สิ่งของเหล่านี้มักจะกลายมาเป็นปัญหาที่สำคัญที่ทำให้เราหมดสนุก เพราะเราต้องคอยหอบหิ้ว และห่วงสัมภาระของเรา ดังนั้นถ้าอยากเที่ยวให้สนุก สบาย และไม่ต้องคอยกังวลกับสิ่งของเหล่านี้ ลองมองหาตู้ฝากกระเป๋าอัตโนมัติเพื่อเป็นผู้ช่วยในการดูแลสัมภาระของเรา เพียงแค่นี้คุณก็เที่ยวได้ตามแผนที่คุณวางไว้

                ตู้ฝากกระเป๋าอัจฉริยะเป็นตัวช่วยที่ดี และสะดวกมากสำหรับนักท่องเที่ยว หรือผู้ที่เดินทางไปทำงานในต่างที่ต่างถิ่น ตู้ฝากกระเป๋านี้มีระบบการรักษาความปลอดภัยสูงมาก ใช้การทำงานในระบบดิจิตอล นั่นคือ ใช้แผงวงจรควบคุมการทำงาน จึงไม่ต้องพกกุญแจ หรือกลัวจะทำกุญแจหาย เพียงแค่คุณจำรหัสลับ หรือที่เรียกว่า PIN ที่คุณทำการตั้งขึ้นเองหลังจากใช้งานให้ได้ เพียงแค่นี้ก็มั่นใจได้เลยว่าคุณไม่ต้องมีปัญหาจากการเอาของคืนอย่างแน่นอน ตู้ฝากกระเป๋าอัจฉริยะนี้ถือเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัย และสะดวกอย่างมาก เพราะมีขนาดของตู้ให้เลือกหลายขนาด เริ่มตั้งแต่กระเป๋าขนาดเล็ก ไปจนกระทั่งกระเป๋าขนาดใหญ่ และยังสามารถเลือกฝากเป็นรายวัน หรือรายชั่วโมงก็ได้ ราคาที่รับฝากก็ไม่สูงมาก ประกอบกับระบบการใช้งานที่ง่าย นั่นคือ หน้าจอระบบสัมผัส โดยมีขั้นตอนการฝากไว้อย่างละเอียด ทำให้ผู้ใช้งานใหม่ก็ไม่จำเป็นต้องสอบถามใคร สามารถใช้งานได้ด้วยตนเอง

เพียงแค่นี้ไม่ว่าคุณจะไปท่องเที่ยว หรือทำงานก็ไม่ต้องรู้สึกกังวลกับสัมภาระของคุณ ทำให้เที่ยวได้สนุกมากยิ่งขึ้น หรือสำหรับคนที่เดินทางไปทำงานก็สบายใจในการทำงานมากขึ้น เพราะไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังกับสัมภาระที่เรานำติดตัวไป ตู้ฝากกระเป๋าอัจฉริยะมีการนำมาใช้งานอย่างแพร่หลายในหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นประเทศญี่ปุ่น เกาหลี หรือแม้แต่ประเทศไทยเองก็ได้เริ่มต้นนำมาใช้งานในสถานที่ที่มีคนเดินทางจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น สนามบิน หรือสถานีรถไฟฟ้า  

                ปัจจุบันที่มีการคมนาคมที่ทันสมัย และสะดวกสบายมากขึ้น ส่งผลให้การเดินทางรวดเร็ว ปลอดภัย และราคาถูกมากขึ้น คนจึงนิยมหันมาเดินทางมากขึ้น เพราะการเดินทางช่วยเปิดประสบการณ์ให้กับผู้เดินทาง ปัญหาอย่างหนึ่งที่สำคัญที่ทำให้เราหมดสนุกจากการเดินทางก็คือสัมภาระ ดังนั้นตู้ฝากกระเป๋าอัจฉริยะจึงถูกพัฒนาขึ้น เพื่อตอบโจทย์สำหรับนักเดินทางจำนวนมาก รับรองว่าเมื่อคุณได้ลองใช้แล้วคุณจะต้องกลับไปใช้อีกอย่างแน่นอน

หลอดไฟ LED อัจฉริยะ เทรนใหม่สำหรับการส่องสว่าง

แสงสว่างถือได้ว่าเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นในการดำรงชีวิตอย่างมาก แสงสว่างจะมีในช่วงเวลากลางวัน และจะหมดไปในช่วงเวลากลางคืน ทำให้เราต้องหาแสงสว่างทดแทน ที่นิยมใช้มากที่สุดคือ หลอดไฟ การใช้หลอดไฟต้องมีความรู้และวางแผนในการใช้ เพื่อให้ใช้พลังงานน้อยที่สุด แต่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สิ่งที่ถือได้ว่าสำคัญอย่างมากก็คือการจัดการแสงสว่างให้เพียงพอต่อความต้องการของเราในทุกสถานที่ที่เราต้องอยู่อาศัย หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ เพราะแสงสว่างที่มากเกินไป หรือน้อยเกินไปจะเป็นอันตรายต่อสายตาของเราโดยตรง เริ่มตั้งแต่ปวด ล้าสายตา มึนศีรษะ ซึ่งจะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง และถ้าอันตรายที่สุดอาจจะทำให้เกิดโรคที่เกี่ยวกับสายตาได้ ไม่ว่าจะเป็นการเกิดต้อกระจก ต้อหิน ภาวะตาแห้ง หรือม่านตาอักเสบ ดังนั้นการจัดแสงสว่างให้เหมาะสมเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก หลอดไฟเป็นสิ่งแรกที่เราควรให้ความสำคัญ ควรเลือกใช้หลอดไฟที่ดี และมีประสิทธิภาพสูง อย่างหลอดไฟ LED

                หลอดไฟ LED เป็นหลอดไฟที่ไม่มีการเผาไส้หลอด ทำให้ตัวหลอดไม่ร้อนในขณะใช้งาน ไม่มีสารปรอท หรือสารที่เป็นพิษชนิดอื่น ทำให้ปลอดภัยจากการใช้งาน หลอดที่ได้รับความนิยมจะเป็นหลอดไฟสีน้ำเงินที่มีการเคลือบสารเรืองแสงสีเหลือง ทำให้หลอดไฟมีแสงออกมาเป็นสีขาว ทำให้สบายตามากขึ้น หลอดไฟ LED มีความทนทานสูง ประหยัดพลังงาน และสว่างเร็วกว่าหลอดไฟทั่วไป ในปัจจุบันก็มีการพัฒนาหลอดไฟ LED ให้มีประสิทธิภาพ และทันสมัยมากขึ้น เรียกว่า หลอดไฟ LED อัจฉริยะ การทำงานของหลอดไฟชนิดนี้ มีหลายรูปแบบ

  1. หลอดที่มีแผงวงจรและแบตเตอรี่ภายใน เมื่อขั้วหลอดสัมผัสกับความชื้น ไฟจะติดขึ้นทันที ลักษณะสำคัญเหมือนหลอดไฟ LED ทั่วไป มีขั้วเป็นเกลียวเอาไว้ใช้เพื่อให้แสงสว่างในสถานที่ต่าง ๆ แต่ในระหว่างการใช้งาน หลอดไฟ LED อัจฉริยะจะชาร์จแบตเตอรี่สำรองภายในหลอดไปพร้อม ๆ กัน ทำให้เมื่อมีการหมุนเกลียวหลอดออกจากขั้วก็สามารถส่องสว่างได้ทันที เหมาะสำหรับการใช้งานยามฉุกเฉิน หรือสำหรับการท่องเที่ยว และเดินทางไปในที่ที่ต้องการแสงสว่าง
  2. หลอดไฟที่สามารถควบคุม หรือสั่งการได้ด้วยรีโมทคอนโทรล และแอปพลิเคชันบนมือถือ ทำให้เปิดปิดได้เอง หรือสามารถตั้งเวลาในการเปิดปิดได้ เหมาะสำหรับความสะดวก ปลอดภัยในการใช้งาน และยังช่วยประหยัดพลังงานได้อีกด้วย
  3. หลอดสามารถเปลี่ยนสีเองได้โดยการตั้งเวลา หรือสามารถสั่งงานให้เปลี่ยนได้ตามที่เราส่งสัญญาณควบคุม เหมาะสำหรับใช้ในการตกแต่งเพื่อความสวยงาม

จะเห็นได้ว่าหลอดไฟ LED อัจฉริยะเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้ในการให้แสงสว่างที่ปลอดภัยต่อสายตา ไม่เป็นพิษกับสิ่งแวดล้อม และมีการพัฒนาให้ราคาถูกลง หาซื้อได้ง่ายขึ้นทำให้เหมาะกับคนทุกระดับ ด้วยการพัฒนาที่มีความหลากหลายทำให้สามารถเลือกใช้ได้ในรูปแบบที่มีความแตกต่างกัน ส่งผลให้หลอดไฟ LED อัจฉริยะจะกลายเป็นเครื่องสร้างแสงสว่างเทรนใหม่สำหรับทุกคน ทุกบ้าน และทุกสถานที่ ได้อย่างแน่นอน

พื้นผลิตไฟฟ้า พลังงานทางเลือกใหม่สำหรับโลก

พลังงานเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมากสำหรับสิ่งมีชีวิตทุกชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน ลองคิดง่าย ๆ ดูว่าถ้าเราตื่นมาแบบไม่มีพลังงานเราจะอยู่ได้อย่างไรบนโลกใบนี้ เช่น ตื่นมาโดยไม่มีแสงอาทิตย์ ไม่มีพลังงานน้ำต้นไม้ หรือสิ่งมีชีวิตจะเจริญเติบโตได้อย่างไร หรือเราจะพัฒนาร่างกายของเราจากสิ่งใด มนุษย์จึงหันมาให้ความสำคัญในเรื่องของพลังงาน และพัฒนาเทคโนโลยีในเรื่องของพลังงานให้ใช้ได้แบบหลากหลายรูปแบบ เพื่อตอบสนองความต้องการ และความสะดวกสบายในการดำเนินชีวิตของเรานั่นเอง พลังงานอย่างหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมากนั่นคือพลังงานไฟฟ้า เพราะพลังงานไฟฟ้าทำให้สิ่งต่าง ๆ ที่มนุษย์คิดค้นนั้นสามารถใช้งานได้ มนุษย์บนโลกเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกวันซึ่งพลังงานที่มีอยู่นั้นเท่าเดิม ส่งผลให้เกิดโครงการที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงานจำนวนมาก และยังเกิดโครงการในการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้าให้มีความทันสมัยขึ้น เพื่อให้พวกเรามีพลังงานใช้ได้นานยิ่งขึ้น

จะดีแค่ไหนถ้าเพียงแค่คุณเดินผ่านก็มีพลังงานไฟฟ้าเกิดขึ้น

เทคโนโลยีรูปแบบหนึ่งที่มีความทันสมัย และมีประโยชน์อย่างมากที่นำมากล่าวถึง คือ พื้นผลิตไฟฟ้า พื้นเหล่านี้จะฝังแม่เหล็กไฟฟ้าอยู่ภายใน แม่เหล็กไฟฟ้าเหล่านี้สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ เพียงแค่มีการสั่นสะเทือน หลักการง่าย ๆ นั่นคือเมื่อมีการเดิน หรือมีการสั่นก็จะเกิดไฟฟ้าสถิต ถ้ามีการสะสมของไฟฟ้าสถิตมาก ๆ จะเกิดพลังงาน ซึ่งพลังงานเหล่านี้สามารถนำมาผลิตกระแสไฟฟ้า ไฟฟ้าเกิดขึ้นจากการสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นถ้ามีการเดินอย่างต่อเนื่องไฟฟ้าก็จะไม่มีวันหมด นวัตกรรมนี้ถือได้ว่ามีประโยชน์อย่างมากสำหรับโลกของเราที่กำลังอยู่ในภาวะที่ขาดแคลนพลังงาน เพราะพลังงานมีแหล่งกำเนิดจากแรงของมนุษย์ ถ้านำพื้นเหล่านี้ไปติดตั้งในสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น ห้างสรรพสินค้า สนามกีฬา สถานีรถไฟ หรือสนามบิน ยิ่งคนมากยิ่งผลิตไฟฟ้าได้มาก หรืออาจจะเรียกได้ว่าทุกแรงขยับกลายเป็นบ่อเกิดของพลังงานไฟฟ้า ฟังแค่นี้ก็เห็นทางออกใหม่ของการประหยัดพลังงานแล้ว วัสดุที่นำมาใช้ยังเป็นวัสดุที่ทนทานต่อแรงกระแทก และมีราคาไม่สูงมากเมื่อเทียบเงินที่ต้องจ่ายสำหรับค่าไฟฟ้าในระยะยาว เรียกได้ว่าลงทุนเพียงครั้งเดียว แต่เกิดประโยชน์อย่างมากมายมหาศาลเลยทีเดียว พื้นเหล่านี้มีการนำไปใช้งานจริงแล้วในหลาย ๆ ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น อังกฤษ หรือเยอรมัน และถ้านำพื้นผลิตไฟฟ้านี้ไปใช้ร่วมกันเทคโนโลยีด้านอื่น ก็จะทำให้เกิดการพัฒนาของพลังงานแบบไม่มีที่สิ้นสุด

พลังงานถือได้ว่าเป็นเรื่องที่คนทั้งโลกกำลังให้ความสนใจอย่างมาก เพราะเราไม่สามารถอยู่ได้โดยปราศจากพลังงาน พื้นผลิตไฟฟ้าถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ ที่เป็นทางเลือกใหม่ที่จำเป็นอย่างมากสำหรับโลกที่กำลังประสบวิกฤตทางด้านพลังงาน การเพิ่มจำนวนของประชากรในโลกก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เพราะเราสามารถหาพลังงานรูปแบบใหม่ ๆ มาใช้ทดแทนพลังงานเดินที่มีอยู่อย่างจำกัด พื้นผลิตไฟฟ้าถือได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่ประโยชน์และเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับพลังงานทางเลือกอย่างแน่นอน

ภายถ่ายที่เป็นมากกว่าภาพทั่วไปด้วยระบบ AI

โทรศัพท์มือถือแทบจะกลายเป็นปัจจัยที่ 5 ในการดำเนินชีวิตของคนหลาย ๆ คน จะเห็นได้จากการติดโทรศัพท์มือถืออย่างมาก จนไม่วางห่างจากตัวเลยทีเดียว มีหลาย ๆ คนบอกว่าถ้าลืมมือถือไว้ที่บ้านหรือที่ทำงานต้องรีบร้อนกลับไปเอามาเก็บไว้ข้างตัว จนแทบจะกลายเป็นอวัยวะที่ 33 ของเราเลยทีเดียว โทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีทันสมัย ทำให้เราสามารถติดต่อสื่อสารกันได้สะดวก รวดเร็ว นอกจากได้ยินเสียงแล้วยังสามารถเห็นหน้าได้แบบ Real Time ด้วย เราสามารถใช้โทรศัพท์มือถือในการดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ ทำงาน เรียนหนังสือ ค้นหาข้อมูล รวมกระทั่ง ทำธุรกรรมต่าง ๆ ทางธนาคาร และอีกฟังก์ชันหนึ่งที่มีความสำคัญ และได้รับความนิยมอย่างมากก็คือการถ่ายภาพ ด้วยความสะดวก และเทคโนโลยีที่ทันสมัยจึงทำให้โทรศัพท์มือถือกลายมาเป็นกล้องถ่ายภาพประจำตัวของคนในยุคปัจจุบัน   

                การถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือจึงต้องมีการแข่งขันในการพัฒนาเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เพื่อนำมาเป็นจุดเด่นในการขาย มีการคิดค้นให้ทันสมัยเพิ่มขึ้นด้วยการนำระบบ AI มาใช้กับเทคโนโลยีการถ่ายภาพ ระบบ AI หรือ Artificial Intelligence (ปัญญาประดิษฐ์) คือ การพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้เท่าเทียมกับมนุษย์ ระบบ AI นี้ได้นำมาใช้กับโทรศัพท์มือถือเป็นระยะเวลานานแล้ว แต่เพิ่งนำมาปรับใช้กับฟังก์ชันการถ่ายรูป ทำให้ถ่ายรูปได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทัดเทียมกับการใช้กล้องของมืออาชีพเลยทีเดียว ด้วยเทคโนโลยี AI ที่มีประสิทธิภาพนี้ทำให้ภาพที่ถ่ายออกมาสวยงาม ดูเป็นธรรมชาติ เพราะกล้องสามารถรับรู้ได้ว่าจุดไหนคือจุดเด่น และจุดด้อยบนใบหน้าเรา ก็จะเลือกปรับแสงของกล้องให้เหมาะสมที่สุด เพราะการถ่ายภาพในรูปแบบเดิมที่ไม่ได้ใช้ AI เมื่อมีการเลือกโหมดของการถ่ายแบบ Beauty ก็จะปรับให้ภาพออกมาดูเกินจริงจนหลอกตา หลาย ๆ ครั้งผู้ชายถ่ายภาพออกมาก็มีลักษณะผิวคล้ายกับผู้หญิง แต่ถ้าจะไม่ใช้โหมดนี้ภาพที่ถ่ายออกมาก็สมจริง แต่ไม่สวยงาม เรียกได้ว่าต้องเลือกระหว่างความสวยงามกับความเป็นธรรมชาติ แต่การถ่ายภาพด้วยระบบ AI นี้สามารถที่จะทำให้สองสิ่งที่เราต้องการออกมาได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ระบบ AI ในการถ่ายภาพ ยังสามารถปรับโหมดให้เข้ากับวัตถุหรือสิ่งของที่เราจะถ่ายอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพคน สัตว์ สิ่งของ หรือวิว ก็สามารถทำได้เองโดยที่เราไม่ต้องปรับค่าให้ยุ่งยาก เรียกได้ว่าสะดวก ใช้งานง่าย เหมาะกับคนทุกเพศ และทุกวัยเลยทีเดียว

                AI ของกล้องถ่ายรูปกลายมาเป็นฟังก์ชันหลักอย่างหนึ่งในการพิจารณาเลือกซื้อมือถือสำหรับคนจำนวนมาก และเชื่อว่าระบบ AI นี้จะสามารถเปลี่ยนโลกของการถ่ายภาพให้ดีมากยิ่งขึ้น หรือสามารถพูดได้เลยว่ากล้องถ่ายรูปจะเป็นมากกว่ากล้องทั่วไป แต่เหมือนคุณจ้างช่างถ่ายภาพประจำตัวเดินไปกับคุณทุกที่ ทุกเวลา และทุกครั้งที่คุณถ่ายรูป ในอนาคตอันใกล้นี้โทรศัพท์มือถือ จะกลายเป็นอุปกรณ์ข้างกายของคนทุกคน แบบไม่มีข้อสงสัยอย่างแน่นอน