อยากหุ่นดีมีกล้าม ให้แอปพลิเคชันสุขภาพช่วยคุณสิ

เราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่ามีปัจจัยหลาย ๆ อย่างมากมายที่ทำให้คนในยุคนี้มองข้ามเรื่องของการดูแลสุขภาพไป หรือบางคนเริ่มมองเห็นความสำคัญของการรักสุขภาพ แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง หลายบริษัทจึงเลือกที่จะพัฒนาแอปพลิเคชันซึ่งเป็นสิ่งที่ทุก ๆ คนสามารถเข้าถึงได้ง่ายเพียงใช้สมาร์ทโฟน มาเป็นเครื่องมือในการใช้งานเพื่อดูแลสุขภาพของคนในยุคนี้

ซึ่งแอปพลิเคชันสุขภาพในยุคนี้มีมากมายหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นแอปที่ใช้ในการนำการออกกำลังกายต่าง ๆ แอปให้ความรู้ หรือแอปที่ใช้ดูแลเรื่องอาหารการกินในชีวิตประจำวัน แล้วแต่คนไหนจะเลือกใช้ให้เหมาะสมกับไลฟสไตล์ของตัวเอง ส่วนมากแอปพลิเคชันเหล่านี้สามารถโหลดได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการพัฒนาแอปพลิเคชันที่เกี่ยวกับสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ทำให้แอปพลิเคชันสุขภาพที่ถูกพัฒนานั้นสามารถจะทำอะไรได้หลายอย่าง และมีประโยชน์มากขึ้นในหลาย ๆ ด้าน จากแค่สามารถให้คำแนะนำ หรือข้อมูลในเรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกาย หรือสัญญาณของโรคต่าง ๆ ก็ถูกพัฒนาเป็นแอปพลิเคชันที่รอบด้าน สามารถดูแลไปได้ถึงระบบการใช้ชีวิตในแต่ละวัน มีการคอยตรวจสอบรายละเอียดของสุภาพ เก็บข้อมูล รวมไปถึงการควบคุมพฤติกรรมของผู้ใช้ได้ด้วย ซึ่งนับว่ามีประโยชน์และทำให้ผู้ใช้สะดวกสบายมากขึ้น

แอปพลิเคชันเพื่อสุขภาพ เทคโนโลยีมีดี ที่ช่วยยืดเวลาชีวิตให้คุณได้

                หลายคนทราบว่าถึงแม้จะมีเงินเป็นสิบล้านหรือร้อยล้าน สิ่งเดียวที่ไม่สามารถซื้อได้คือเวลาที่เสียไป ถึงแม้ว่าเราจะสามารถจ่ายเงินเพื่อซ่อมแซมสุขภาพของเราได้ แต่ถ้ามีเวลาไม่เพียงพอ เงินกี่ร้อยล้านก็ไม่สามารถช่วยได้ เพราะฉะนั้นจึงควรที่จะดูแลสุขภาพกันตั้งแต่ตอนนี้ที่ยังมีเวลา แอปพลิเคชันเหล่านี้จึงมีประโยชน์สำหรับคนที่เริ่มจะดูแลสุขภาพ ซึ่งมีหลากหลายแบบให้ผู้ใช้ได้เลือก

สำหรับคนที่ชอบการออกกำลังกาย ก็จะมีแอปที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการออกกำลังกายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการจับระยะทางการวิ่ง การเต้นของหัวใจ ความดันในระหว่างการวิ่ง แคลลอรี่ที่เผาผลานได้ในแต่ละครั้งที่ออกกำลังกาย

คนที่อยากดูแลสุขภาพโดยคำนึงจากเรื่องอาหารการกินเป็นหลัก ก็มีแอปพลิเคชันที่รองรับและให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับอาหารการกิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแคลอรี่ของอาหารแต่ละมื้อที่เรากินไป อาหารที่เราควรจะกินในแต่ละช่วง เพื่อซ่อมแซมร่างกายของเรา มีฟังก์ชันที่เราสามารถจะเลือกดูแคลลอรี่ของอาหารนั้น ๆ ได้

แอปพลิเคชันสุขภาพเพื่อการแพทย์

มีโรคหลายโรคที่จำเป็นต้องใช้การติดตามผลอย่างเคร่งครัด ตัวอย่างเช่นโรคเบาหวาน ที่จำเป็นต้องมาตรวจน้ำตาลในเลือด ตรวจผลแลปค่าไต เท้า ตา รวมไปถึงความดันด้วย ซึ่งจำเป็นต้องมีการเช็คค่าเหล่านี้ทุกวัน และเช็คผลแลปทุกสามเดือน ตามคำสั่งแพทย์

ในความเป็นจริงแล้ว แพทย์จะสามารถรู้ค่าต่าง ๆ พวกนี้ได้ ก็ต่อเมื่อคนไข้มาที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจสุขภาพ จะเป็นเรื่องดีกว่าถ้าแพทย์สามารถเห็นค่าสำคัญต่าง ๆ นี้ได้ตลอดเวลา เพื่อเป็นการติดตามอาการของคนไข้ โดยไม่จำเป็นต้องให้คนไข้มาตรวจที่โรงพยาบาล ซึ่งก็มีแอปพลิเคชันมากมายที่มีทั้งแอปฝีมือคนไทยและต่างประเทศมากมาย ที่ช่วยในเรื่องของการบันทึกค่าสำคัญต่าง ๆ ของผู้ป่วย ให้ความรู้และวิธีการกินอาหารที่มีประโยชน์และช่วยให้อาการดีขึ้น รวมไปถึงการช่วยคำนวณค่าสำคัญต่าง ๆ ให้ผู้ป่วยรู้ได้ว่าวันนี้กินได้อีกเท่าไหร่หรือกินเกินมาเท่าไหร่ นอกจากนี้ในอนาคตยังมีโครงการที่จะนำ IoT เข้ามาเป็นตัวช่วยในเรื่องของการวัดค่าน้ำตาล โดยใช้เข็มวัดค่าน้ำตาล ซึ่งจะให้ปากกาเจาะเลือดเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต หลังจากที่เจาะเลือดวัดค่าน้ำตาลแล้ว ตัวปากกาจะทำการนำข้อมูลค่าน้ำตาลในเลือดที่ได้ เข้าสู่ระบบหรือแอปพลิเคชันของผู้ป่วยได้อย่างอัตโนมัติ

นี่คือแค่ตัวอย่างบางส่วนของเทคโนโลยีในอนาคตอันใกล้ เกี่ยวกับแอปพลิชันเพื่อสุขภาพ ที่จะช่วยให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้น และมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

 

E-banking เทคโนโลยีการเงินอิเล็กทรอนิกส์ ปลิดชีวิตบัตรเอทีเอ็มและธุรกรรมการเงินที่ยุ่งยาก

                ในยุคที่ทุกคนมีสมาร์ทโฟนใช้กันนั้น ทุกอย่างได้ถูกพัฒนาให้ก้าวหน้ามากขึ้น สะดวกสบายขึ้น รวดเร็วขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เราไม่จำเป็นต้องออกไปซื้อข้าวกินเองแล้วก็ได้ เพราะมีการสั่งข้าวออนไลน์ส่งถึงที่ หรือการช้อปปิ้ง ที่สามารถสั่งของออนไลน์ได้แค่ภายในไม่กี่คลิก รวมไปถึงเราไม่จำเป็นต้องทำธุรกรรมอะไรให้วุ่นวายที่ธนาคารเหมือนสมัยก่อน เพราะตอนนี้เรามี E-banking ที่สามารถทำให้เรื่องการเงินทุกอย่างกลายเป็นเรื่องง่าย และสะดวกสบายมากขึ้น

ในสมัยก่อน เมื่อเราต้องการจะถอนเงินออกจาบัญชีธนาคารของเรา หรือเราจะทำการโอนเงินจากบัญชีของเราไปให้อีกคนหนึ่ง เราจำเป็นที่จะต้องไปที่ธนาคาร เขียนใบถอนหรือใบโอนเงิน ใช้เอกสารยืนยันตัวตนมากมายในการทำธุรกรรมแต่ละครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่วุ่นวายมาก ต่อมาเรามีการพัฒนาบัตรเอทีเอ็มขึ้นมา ทำให้การถอนเงิน ฝากเงิน และโอนเงินสามารถทำได้โดยไม่ต้องไปที่ธนาคารอีกต่อไป เพียงแค่ใช้บัตรและตู้เอทีเอ็มเท่านั้น

แต่สิ่งเหล่านี้ก็กำลังจะหายไป เนื่องจากมีการพัฒนาแอปพลิเคชันที่เกี่ยวกับธนาคาร หรือการทำธุรกรรมทางการเงินเกิดขึ้น เราไม่จำเป็นต้องมีบัตรเอทีเอ็มในการโอน ถอน หรือฝากเงินแล้ว เราใช้แค่แอปพลิเคชันบนมือถือของเราเท่านั้น  ซึ่งเป็นสัญญาณว่าบัตรเอทีเอ็มกำลังจะหายไปในไม่ช้า

E-banking ปลอดภัยเท่าบัตรเอทีเอ็มหรือใหม่?

E-banking หรือการทำธุรกรรมการเงินผ่านอินเตอร์เน็ต เป็นเทคโนโลยีที่ถือว่าช่วยให้ชีวิตของคนยุคนี้สะสบายมากขึ้น โดยที่สามารถทำธุรกรรมการเงินได้ทุกที่ทุกเวลา แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือ ถ้ามันง่ายและสะดวกขนาดนี้ แล้วความปลอดภัยอยู่ในระดับไหน

การที่เราต้องไปทำธุรกรรมการเงินด้วยตัวเองที่ธนาคารนั้น ถึงแม้จะดูวุ่นวาย แต่จริง ๆ แล้วข้อดีก็คือการที่เรามีเอกสารยืนยันตัวตนของเราในการทำธุรกรรมการเงินแต่ละครั้ง ทำให้มั่นใจได้ว่าจะได้รับความปลอดภัย ในทางตรงกันข้าม ถึงแม้ว่าการใช้ E-banking นั้นจะสะดวกและง่ายดายมาก แต่ในด้านของความปลอดภัยอาจจะไม่เท่ากับการที่เรายอมเสียเวลาเพื่อไปทำธุรกรรมการเงินด้วยตัวเอง

ถึงแม้ว่าจะมีระบบ OTP หรือการให้ใส่รหัสที่ระบบจะสุ่มสร้างขึ้น และส่งผ่านเบอร์โทรศัพท์ในรูปแบบของข้อความ เพื่อใช้เป็นการยืนยันตัวตน หรือระบบรหัสที่ให้กรอกทุกครั้งก่อนยืนยันการทำธุรกรรมผ่าน E-banking ก็อาจจะยังมีความปลอดภัยไม่พอ เนื่องจากตลอดเวลาตั้งแต่ ระบบ E-banking ถูกเปิดให้ใช้งาน ก็มีเรื่องราวของการปล้นเงินผ่าน E-banking อยู่ตลอด แม้กระทั่งเดือนที่ผ่านมา ก็ยังมีข่าวของลูกค้าธนาคารชื่อดังแห่งหนึ่งที่ใช้ E-banking ถูกปล้นเงินไปจนหมดบัญชี และยังไม่ได้เงินคืนกลับมา

เราก็ต้องไม่มองข้ามเรื่องของความปลอดภัยด้วย ยิ่งเป็นเรื่องของเงินทอง เรายิ่งจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอย่างมาก ต้องคอยตรวจสอบ รอบครอบ และระมัดระวังในทุกขั้นตอนในการทำธุรกรรมเกี่ยวกับการเงิน

  • คอยตรวจสอบเงินในบัญชี E-banking และ บัญชีจริงอย่างสม่ำเสมอ
  • เช็คบันทึกรายการต่าง ๆ ที่เราเคยทำการ เพื่อเป็นการตรวจสอบบัญชี ถ้ามีรายการไหนที่ผิดปกติ เราจะได้สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันเวลา
  • อย่าจดรหัสผ่านที่ใช้ในการเข้าถึงบัญชีหรือยืนยันการใช้งาน E-banking ไว้ในกระดาษ หรือโน๊ตต่าง ๆ ที่จะมีใครเห็นได้
  • คอยเปลี่ยนรหัสผ่านอยู่เสมอ ๆ
  • คอยเช็คว่าได้ทำการออกจากระบบทุกครั้งหลังใช้งานเสร็จ

ทั้งหมดนี้เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย และความปลอดภัยเบื้องต้นของบัญชี E-banking ของ ถ้าวันใดที่เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นจริง ๆ เราจะได้รู้ตัวเร็วและรีบดำเนินการให้ทันเวลา