หลอดไฟ LED อัจฉริยะ เทรนใหม่สำหรับการส่องสว่าง

แสงสว่างถือได้ว่าเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นในการดำรงชีวิตอย่างมาก แสงสว่างจะมีในช่วงเวลากลางวัน และจะหมดไปในช่วงเวลากลางคืน ทำให้เราต้องหาแสงสว่างทดแทน ที่นิยมใช้มากที่สุดคือ หลอดไฟ การใช้หลอดไฟต้องมีความรู้และวางแผนในการใช้ เพื่อให้ใช้พลังงานน้อยที่สุด แต่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สิ่งที่ถือได้ว่าสำคัญอย่างมากก็คือการจัดการแสงสว่างให้เพียงพอต่อความต้องการของเราในทุกสถานที่ที่เราต้องอยู่อาศัย หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ เพราะแสงสว่างที่มากเกินไป หรือน้อยเกินไปจะเป็นอันตรายต่อสายตาของเราโดยตรง เริ่มตั้งแต่ปวด ล้าสายตา มึนศีรษะ ซึ่งจะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง และถ้าอันตรายที่สุดอาจจะทำให้เกิดโรคที่เกี่ยวกับสายตาได้ ไม่ว่าจะเป็นการเกิดต้อกระจก ต้อหิน ภาวะตาแห้ง หรือม่านตาอักเสบ ดังนั้นการจัดแสงสว่างให้เหมาะสมเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก หลอดไฟเป็นสิ่งแรกที่เราควรให้ความสำคัญ ควรเลือกใช้หลอดไฟที่ดี และมีประสิทธิภาพสูง อย่างหลอดไฟ LED

                หลอดไฟ LED เป็นหลอดไฟที่ไม่มีการเผาไส้หลอด ทำให้ตัวหลอดไม่ร้อนในขณะใช้งาน ไม่มีสารปรอท หรือสารที่เป็นพิษชนิดอื่น ทำให้ปลอดภัยจากการใช้งาน หลอดที่ได้รับความนิยมจะเป็นหลอดไฟสีน้ำเงินที่มีการเคลือบสารเรืองแสงสีเหลือง ทำให้หลอดไฟมีแสงออกมาเป็นสีขาว ทำให้สบายตามากขึ้น หลอดไฟ LED มีความทนทานสูง ประหยัดพลังงาน และสว่างเร็วกว่าหลอดไฟทั่วไป ในปัจจุบันก็มีการพัฒนาหลอดไฟ LED ให้มีประสิทธิภาพ และทันสมัยมากขึ้น เรียกว่า หลอดไฟ LED อัจฉริยะ การทำงานของหลอดไฟชนิดนี้ มีหลายรูปแบบ

  1. หลอดที่มีแผงวงจรและแบตเตอรี่ภายใน เมื่อขั้วหลอดสัมผัสกับความชื้น ไฟจะติดขึ้นทันที ลักษณะสำคัญเหมือนหลอดไฟ LED ทั่วไป มีขั้วเป็นเกลียวเอาไว้ใช้เพื่อให้แสงสว่างในสถานที่ต่าง ๆ แต่ในระหว่างการใช้งาน หลอดไฟ LED อัจฉริยะจะชาร์จแบตเตอรี่สำรองภายในหลอดไปพร้อม ๆ กัน ทำให้เมื่อมีการหมุนเกลียวหลอดออกจากขั้วก็สามารถส่องสว่างได้ทันที เหมาะสำหรับการใช้งานยามฉุกเฉิน หรือสำหรับการท่องเที่ยว และเดินทางไปในที่ที่ต้องการแสงสว่าง
  2. หลอดไฟที่สามารถควบคุม หรือสั่งการได้ด้วยรีโมทคอนโทรล และแอปพลิเคชันบนมือถือ ทำให้เปิดปิดได้เอง หรือสามารถตั้งเวลาในการเปิดปิดได้ เหมาะสำหรับความสะดวก ปลอดภัยในการใช้งาน และยังช่วยประหยัดพลังงานได้อีกด้วย
  3. หลอดสามารถเปลี่ยนสีเองได้โดยการตั้งเวลา หรือสามารถสั่งงานให้เปลี่ยนได้ตามที่เราส่งสัญญาณควบคุม เหมาะสำหรับใช้ในการตกแต่งเพื่อความสวยงาม

จะเห็นได้ว่าหลอดไฟ LED อัจฉริยะเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้ในการให้แสงสว่างที่ปลอดภัยต่อสายตา ไม่เป็นพิษกับสิ่งแวดล้อม และมีการพัฒนาให้ราคาถูกลง หาซื้อได้ง่ายขึ้นทำให้เหมาะกับคนทุกระดับ ด้วยการพัฒนาที่มีความหลากหลายทำให้สามารถเลือกใช้ได้ในรูปแบบที่มีความแตกต่างกัน ส่งผลให้หลอดไฟ LED อัจฉริยะจะกลายเป็นเครื่องสร้างแสงสว่างเทรนใหม่สำหรับทุกคน ทุกบ้าน และทุกสถานที่ ได้อย่างแน่นอน

พื้นผลิตไฟฟ้า พลังงานทางเลือกใหม่สำหรับโลก

พลังงานเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมากสำหรับสิ่งมีชีวิตทุกชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน ลองคิดง่าย ๆ ดูว่าถ้าเราตื่นมาแบบไม่มีพลังงานเราจะอยู่ได้อย่างไรบนโลกใบนี้ เช่น ตื่นมาโดยไม่มีแสงอาทิตย์ ไม่มีพลังงานน้ำต้นไม้ หรือสิ่งมีชีวิตจะเจริญเติบโตได้อย่างไร หรือเราจะพัฒนาร่างกายของเราจากสิ่งใด มนุษย์จึงหันมาให้ความสำคัญในเรื่องของพลังงาน และพัฒนาเทคโนโลยีในเรื่องของพลังงานให้ใช้ได้แบบหลากหลายรูปแบบ เพื่อตอบสนองความต้องการ และความสะดวกสบายในการดำเนินชีวิตของเรานั่นเอง พลังงานอย่างหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมากนั่นคือพลังงานไฟฟ้า เพราะพลังงานไฟฟ้าทำให้สิ่งต่าง ๆ ที่มนุษย์คิดค้นนั้นสามารถใช้งานได้ มนุษย์บนโลกเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกวันซึ่งพลังงานที่มีอยู่นั้นเท่าเดิม ส่งผลให้เกิดโครงการที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงานจำนวนมาก และยังเกิดโครงการในการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้าให้มีความทันสมัยขึ้น เพื่อให้พวกเรามีพลังงานใช้ได้นานยิ่งขึ้น

จะดีแค่ไหนถ้าเพียงแค่คุณเดินผ่านก็มีพลังงานไฟฟ้าเกิดขึ้น

เทคโนโลยีรูปแบบหนึ่งที่มีความทันสมัย และมีประโยชน์อย่างมากที่นำมากล่าวถึง คือ พื้นผลิตไฟฟ้า พื้นเหล่านี้จะฝังแม่เหล็กไฟฟ้าอยู่ภายใน แม่เหล็กไฟฟ้าเหล่านี้สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ เพียงแค่มีการสั่นสะเทือน หลักการง่าย ๆ นั่นคือเมื่อมีการเดิน หรือมีการสั่นก็จะเกิดไฟฟ้าสถิต ถ้ามีการสะสมของไฟฟ้าสถิตมาก ๆ จะเกิดพลังงาน ซึ่งพลังงานเหล่านี้สามารถนำมาผลิตกระแสไฟฟ้า ไฟฟ้าเกิดขึ้นจากการสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นถ้ามีการเดินอย่างต่อเนื่องไฟฟ้าก็จะไม่มีวันหมด นวัตกรรมนี้ถือได้ว่ามีประโยชน์อย่างมากสำหรับโลกของเราที่กำลังอยู่ในภาวะที่ขาดแคลนพลังงาน เพราะพลังงานมีแหล่งกำเนิดจากแรงของมนุษย์ ถ้านำพื้นเหล่านี้ไปติดตั้งในสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น ห้างสรรพสินค้า สนามกีฬา สถานีรถไฟ หรือสนามบิน ยิ่งคนมากยิ่งผลิตไฟฟ้าได้มาก หรืออาจจะเรียกได้ว่าทุกแรงขยับกลายเป็นบ่อเกิดของพลังงานไฟฟ้า ฟังแค่นี้ก็เห็นทางออกใหม่ของการประหยัดพลังงานแล้ว วัสดุที่นำมาใช้ยังเป็นวัสดุที่ทนทานต่อแรงกระแทก และมีราคาไม่สูงมากเมื่อเทียบเงินที่ต้องจ่ายสำหรับค่าไฟฟ้าในระยะยาว เรียกได้ว่าลงทุนเพียงครั้งเดียว แต่เกิดประโยชน์อย่างมากมายมหาศาลเลยทีเดียว พื้นเหล่านี้มีการนำไปใช้งานจริงแล้วในหลาย ๆ ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น อังกฤษ หรือเยอรมัน และถ้านำพื้นผลิตไฟฟ้านี้ไปใช้ร่วมกันเทคโนโลยีด้านอื่น ก็จะทำให้เกิดการพัฒนาของพลังงานแบบไม่มีที่สิ้นสุด

พลังงานถือได้ว่าเป็นเรื่องที่คนทั้งโลกกำลังให้ความสนใจอย่างมาก เพราะเราไม่สามารถอยู่ได้โดยปราศจากพลังงาน พื้นผลิตไฟฟ้าถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ ที่เป็นทางเลือกใหม่ที่จำเป็นอย่างมากสำหรับโลกที่กำลังประสบวิกฤตทางด้านพลังงาน การเพิ่มจำนวนของประชากรในโลกก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เพราะเราสามารถหาพลังงานรูปแบบใหม่ ๆ มาใช้ทดแทนพลังงานเดินที่มีอยู่อย่างจำกัด พื้นผลิตไฟฟ้าถือได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่ประโยชน์และเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับพลังงานทางเลือกอย่างแน่นอน

ภายถ่ายที่เป็นมากกว่าภาพทั่วไปด้วยระบบ AI

โทรศัพท์มือถือแทบจะกลายเป็นปัจจัยที่ 5 ในการดำเนินชีวิตของคนหลาย ๆ คน จะเห็นได้จากการติดโทรศัพท์มือถืออย่างมาก จนไม่วางห่างจากตัวเลยทีเดียว มีหลาย ๆ คนบอกว่าถ้าลืมมือถือไว้ที่บ้านหรือที่ทำงานต้องรีบร้อนกลับไปเอามาเก็บไว้ข้างตัว จนแทบจะกลายเป็นอวัยวะที่ 33 ของเราเลยทีเดียว โทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีทันสมัย ทำให้เราสามารถติดต่อสื่อสารกันได้สะดวก รวดเร็ว นอกจากได้ยินเสียงแล้วยังสามารถเห็นหน้าได้แบบ Real Time ด้วย เราสามารถใช้โทรศัพท์มือถือในการดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ ทำงาน เรียนหนังสือ ค้นหาข้อมูล รวมกระทั่ง ทำธุรกรรมต่าง ๆ ทางธนาคาร และอีกฟังก์ชันหนึ่งที่มีความสำคัญ และได้รับความนิยมอย่างมากก็คือการถ่ายภาพ ด้วยความสะดวก และเทคโนโลยีที่ทันสมัยจึงทำให้โทรศัพท์มือถือกลายมาเป็นกล้องถ่ายภาพประจำตัวของคนในยุคปัจจุบัน   

                การถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือจึงต้องมีการแข่งขันในการพัฒนาเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เพื่อนำมาเป็นจุดเด่นในการขาย มีการคิดค้นให้ทันสมัยเพิ่มขึ้นด้วยการนำระบบ AI มาใช้กับเทคโนโลยีการถ่ายภาพ ระบบ AI หรือ Artificial Intelligence (ปัญญาประดิษฐ์) คือ การพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้เท่าเทียมกับมนุษย์ ระบบ AI นี้ได้นำมาใช้กับโทรศัพท์มือถือเป็นระยะเวลานานแล้ว แต่เพิ่งนำมาปรับใช้กับฟังก์ชันการถ่ายรูป ทำให้ถ่ายรูปได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทัดเทียมกับการใช้กล้องของมืออาชีพเลยทีเดียว ด้วยเทคโนโลยี AI ที่มีประสิทธิภาพนี้ทำให้ภาพที่ถ่ายออกมาสวยงาม ดูเป็นธรรมชาติ เพราะกล้องสามารถรับรู้ได้ว่าจุดไหนคือจุดเด่น และจุดด้อยบนใบหน้าเรา ก็จะเลือกปรับแสงของกล้องให้เหมาะสมที่สุด เพราะการถ่ายภาพในรูปแบบเดิมที่ไม่ได้ใช้ AI เมื่อมีการเลือกโหมดของการถ่ายแบบ Beauty ก็จะปรับให้ภาพออกมาดูเกินจริงจนหลอกตา หลาย ๆ ครั้งผู้ชายถ่ายภาพออกมาก็มีลักษณะผิวคล้ายกับผู้หญิง แต่ถ้าจะไม่ใช้โหมดนี้ภาพที่ถ่ายออกมาก็สมจริง แต่ไม่สวยงาม เรียกได้ว่าต้องเลือกระหว่างความสวยงามกับความเป็นธรรมชาติ แต่การถ่ายภาพด้วยระบบ AI นี้สามารถที่จะทำให้สองสิ่งที่เราต้องการออกมาได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ระบบ AI ในการถ่ายภาพ ยังสามารถปรับโหมดให้เข้ากับวัตถุหรือสิ่งของที่เราจะถ่ายอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพคน สัตว์ สิ่งของ หรือวิว ก็สามารถทำได้เองโดยที่เราไม่ต้องปรับค่าให้ยุ่งยาก เรียกได้ว่าสะดวก ใช้งานง่าย เหมาะกับคนทุกเพศ และทุกวัยเลยทีเดียว

                AI ของกล้องถ่ายรูปกลายมาเป็นฟังก์ชันหลักอย่างหนึ่งในการพิจารณาเลือกซื้อมือถือสำหรับคนจำนวนมาก และเชื่อว่าระบบ AI นี้จะสามารถเปลี่ยนโลกของการถ่ายภาพให้ดีมากยิ่งขึ้น หรือสามารถพูดได้เลยว่ากล้องถ่ายรูปจะเป็นมากกว่ากล้องทั่วไป แต่เหมือนคุณจ้างช่างถ่ายภาพประจำตัวเดินไปกับคุณทุกที่ ทุกเวลา และทุกครั้งที่คุณถ่ายรูป ในอนาคตอันใกล้นี้โทรศัพท์มือถือ จะกลายเป็นอุปกรณ์ข้างกายของคนทุกคน แบบไม่มีข้อสงสัยอย่างแน่นอน

ตู้กดต้นไม้อัตโนมัติ พื้นที่สีเขียวแห่งใหม่สำหรับคนเมือง

ต้นไม้ถือได้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีประโยชน์กับเราอย่างมาก ตั้งแต่ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย ออกซิเจนไหลเวียนได้ดีขึ้น เวลาเราเห็นสีเขียวจะทำให้เรารู้สึกปลอดโปร่ง ร่างกายเกิดการหลั่งสารอะดรีนาลีนที่เป็นสารที่จะหลั่งออกมาเมื่อเรามีความสุข ทำให้เกิดการกระตุ้นพลังงานทางด้านบวก ช่วยลดอาการล้าทางสายตาจากการทำงาน หรือการจ้องสิ่งต่าง ๆ เป็นระยะเวลานาน ต้นไม้ช่วยฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ และต้นไม้บางชนิดยังมีสรรพคุณทางยาด้วย

การปลูกต้นไม้นี้ไม่สามารถที่จะทำได้ในทุกพื้นที่ ยิ่งในพื้นที่ของเมืองใหญ่แบบกรุงเทพมหานคร การปลูกต้นไม้ขนาดใหญ่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย จึงเกิดไอเดียการปลูกต้นมาในพื้นที่ที่จำกัดขึ้น นั่นคือการปลูกต้นไม้ในกระถางเล็ก ๆ เหมาะกับพื้นที่ขนาดเล็ก ไม่ว่าจะเป็นสำนักงาน หรือคอนโด ต้นไม้สามารถนำมาเป็นของตกแต่งบ้าน หรือที่ทำงานให้สวยงาม และน่าอยู่ขึ้นด้วย แต่การหาซื้อต้นไม้ก็เป็นอุปสรรคอย่างหนึ่ง เนื่องจากต้องไปซื้อต้นไม้ในที่ที่มีการจัดเขตไว้เฉพาะ และไม่มีเวลาในการไปเลือกเดินซื้อ จึงทำให้เกิดนวัตกรรมที่แก้ไขปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ได้อย่างดีเยี่ยมนั่นคือ ตู้กดต้นไม้อัตโนมัติ

                ตู้กดต้นไม้อัตโนมัตินี้เป็นนวัตกรรมที่ทันสมัยอย่างมาก ตู้เหล่านี้ถูกนำไปตั้งในบริเวณห้างสรรพสินค้าชั้นนำหลาย ๆ แห่ง ทำให้สามารถเลือกซื้อต้นไม้ได้สะดวกสบายมากขึ้น เพราะวิถีชีวิตคนเมืองใช้ห้างสรรพสินค้าเป็นแห่งอำนวยความสะดวกแทบจะทุกเรื่องในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ รับประทานอาหาร พบปะสังสรรค์กับเพื่อน ซื้อของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน แม้จะทั่งการทำธุรกรรมทางธนาคาร จะดีแค่ไหนที่นอกจากจะทำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้แล้วยังสามารถเลือกซื้อต้นไม้กลับบ้านได้ด้วยในเวลาเดียวกัน

ตู้กดต้นไม้อัตโนมัติจึงถูกคิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์นี้ให้กับคนเมืองที่มีเวลาน้อย และต้องการความสะดวก รวดเร็วในทุก ๆ ด้าน ด้วยรูปแบบการใช้งานของตู้ที่ง่าย และไม่ซับซ้อน ต้นไม้ที่นำมาขายมีขนาดเล็ก จัดวางในกระถางที่สวยงาม และเป็นต้นไม้ที่ปลูกง่าย ทนต่อสภาพแวดล้อม เหมาะสำหรับมือใหม่หัดปลูกได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยเด็ก วัยทำงาน หรือผู้สูงอายุก็สามารถนำมาปลูกได้ เลี้ยงให้สวยงาม และเติบโตได้โดยไม่ต้องง้อคนดูแลต้นไม้แบบมืออาชีพ หรือถ้าต้องการซื้อไปเป็นของขวัญให้กับคนรอบข้างในโอกาสพิเศษก็ทำได้แบบสบายใจ เรียกได้ว่าสบายใจทั้งคนให้และคนรับเลยทีเดียว ตู้กดต้นไม้อัตโนมัติจะกลายเป็นเทรนใหม่ในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับทุกพื้นที่ และทุกโอกาส

                การปลูกต้นไม้ในพื้นที่ที่จำกัดไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป รับรองว่าตู้ขายต้นไม้อัตโนมัติจะกลายเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนในเมือง ที่ต้องการจัดพื้นที่สำหรับผ่อนคลาย พักผ่อน ถือเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ทำให้ผู้เห็นมีความสุข และมีพลังงานที่ดีสำหรับการดำเนินชีวิตอย่างแน่นอน เมื่อรู้แบบนี้แล้วเริ่มต้นอย่างง่ายที่สุด ก่อนกลับจากห้างสรรพสินค้าลองเดินไปตู้กดต้นไม้อัตโนมัติแล้วเลือกต้นไม้ซักต้นวางไว้บนโต๊ะทำงาน เชื่อว่าคุณจะรู้สึกผ่อนคลาย และทำงานที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นได้จนคนรอบข้างต้องรัก และชื่นชมคุณอย่างแน่นอน

หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง เทรนด์ใหม่ในโลกอนาคต

สัตว์เลี้ยงถือได้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับมนุษย์เป็นอย่างมาก ตั้งแต่อดีตเราเลี้ยงสัตว์ไว้เพื่อประโยชน์ในการดำรงชีวิต คือ การเลี้ยงไว้เพื่อล่าสัตว์ เลี้ยงไว้เผื่อเฝ้าฝูงแกะ หรือเลี้ยงไว้เพื่อนำทาง แต่ในปัจจุบัน การเลี้ยงสัตว์มีวัตถุประสงค์เปลี่ยนไป หลาย ๆ ครั้งสัตว์เลี้ยงสามารถนำมารักษาอาการทางจิตได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคเครียด โรคซึมเศร้า เพราะสัตว์เลี้ยงสามารถตอบสนองความต้องการทางด้านความรักให้กับคนได้ ด้วยความซื่อสัตย์ และน่ารัก จะทำให้ผู้เลี้ยงรู้สึกเพลิดเพลิน และมีความสุขไปในเวลาเดียวกัน

นอกจากนี้ สัตว์เลี้ยงยังช่วยให้เราเป็นคนมีระเบียบวินัยมากขึ้น ทำให้เราได้ออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวร่างกาย เพราะผู้เลี้ยงจะรู้สึกว่าตัวเองมีสิ่งที่ต้องดูแลเพิ่มมากขึ้น ต้องพาไปเดินเล่น วิ่งเล่น ต้องทำความสะอาดกรง หรือการต้องตื่นมาทำอาหารให้สัตว์เลี้ยง แต่การเลี้ยงสัตว์ไม่สามารถที่จะทำได้ทุกคน เนื่องจากข้อจำกัดในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดู เวลา หรือ การแพ้ขนสัตว์ จึงมีการคิดนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาหลาย ๆ ด้านสำหรับผู้ที่ต้องการเลี้ยงสัตว์ นั่นคือ หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง

สัตว์เลี้ยงในอนาคต

                ในอนาคตสัตว์เลี้ยงมีรูปแบบเปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอน เพราะการเลี้ยงสัตว์ที่เป็นสิ่งมีชีวิตนั้น มีข้อจำกัดมาก และอาจจะกลายเป็นปัญหาในระยะยาวสำหรับผู้เลี้ยง นวัตกรรมหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงจะกลายเป็นเทรนด์ใหม่สำหรับผู้ที่ต้องการหาเพื่อนแท้ และต้องการความสุขทางใจ มีผู้คิดค้นนวัตกรรมนี้ไว้มากมายจึงมีการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงมีประโยชน์อย่างมากสำหรับคนทุกเพศทุกวัย วัยเด็กก็สามารถช่วยอ่านหนังสือเป็นเพื่อนกับเด็ก ๆ ได้ สามารถป้อนโปรแกรมสอนภาษาอังกฤษเพื่อใช้เป็นครูสอนภาษาได้ ดังนั้นถ้าได้อยู่ด้วยกันรับรองว่าเด็กจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน ในวัยคนทำงาน หรือผู้สูงอายุ ก็ช่วยเป็นเพื่อนคลายเหงาได้ สามารถพูดคุยปรับทุกข์ได้

ด้วยความที่มีสมองกลทำให้เจ้าสัตว์เลี้ยงตัวนี้มีความฉลาดกว่าสัตว์เลี้ยงทั่วไป สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ที่สัตว์เลี้ยงทั่วไปทำไม่ได้ เช่น การแยกแยะเสียงของผู้เดินทางมาได้ หรือเป็นตารางเตือนว่าต้องทำอะไรในแต่ละวัน เป็นต้น สัตว์เลี้ยงเหล่านี้สามารถกระดิกหางได้ ลูบหัวได้ กอดได้เหมือนกับสัตว์เลี้ยงทั่วไป แต่ดีกว่าตรงที่ว่าเราไม่ต้องป้อนข้าว ป้อนน้ำ ไม่มีขนร่วงให้ต้องรำคาญใจ หรือบางครั้งที่เราไม่มีเวลาเราก็สามารถที่จะปล่อยให้อยู่ตามลำพังได้ โดยไม่ต้องดูแล ด้วยลักษณะดังกล่าว ทำให้หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงจะกลายเป็นเทรนด์ใหม่ในโลกอนาคต

                นวัตกรรมเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนาตลอดเวลา คนก็เช่นเดียวกัน รูปแบบการดำเนินชีวิตก็ต้องเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงจะกลายเป็นเพื่อนใหม่ของมนุษย์ที่รับรองมีไว้นอกจากจะไม่ตกเทรนด์แล้ว ยังมีความสุขในชีวิตเพิ่มมากขึ้น ช่วยคลายเหงา สำหรับคนที่อยู่คนเดียว ช่วยปลอบใจเมื่อเราทุกข์ และยังช่วยเตือนความจำสำหรับคนขี้ลืมทั้งหลาย รับรองว่าเจ้าสิ่งนี้จะเป็นมากกว่าสัตว์เลี้ยงทั่วไป จะกลายเป็นทั้งครู ทั้งเพื่อน และทั้งผู้ดูแลในเวลาเดียวกัน

รองเท้าอัจฉริยะอุปกรณ์ออกกำลังกายทันสมัย ตอบโจทย์คนยุคใหม่

การออกกำลังกายเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับคนในยุคปัจจุบัน เพราะชีวิตที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน และรีบร้อนทำให้เราอยู่ในภาวะเครียด ส่งผลถึงสุขภาพร่างกายที่อ่อนแอ ประกอบกับคนให้ความสำคัญในเรื่องของรูปร่างเป็นอย่างมาก ดังนั้นวิธีการในการดูแลสุขภาพ และทำให้เรามีรูปร่างสวยงามได้ดี และง่ายที่สุดคือการออกกำลังกาย หลายคนหันมาออกกำลังกายเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายกลางแจ้ง หรือในโรงยิม ส่งผลให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ ๆ สำหรับการออกกำลังกายเพิ่มขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันเพื่อการออกกำลังกายสำหรับ Smart Phone หรือ นาฬิกาอัจฉริยะ อุปกรณ์เหล่านี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อ ประโยชน์ และความสะดวกสบายในการออกกำลังกาย เพราะสามารถบันทึกรูปแบบการออกกำลังกายได้ เทคโนโลยีใหม่ และน่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือ รองเท้าอัจฉริยะ

                การออกกำลังกายนอกจากชุดออกกำลังกายที่ดี และสวมใส่สบายแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยนั่นคือรองเท้า รองเท้าที่ดีจะทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกสบาย และสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้นานมากขึ้น รองเท้าอัจฉริยะถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์ในเรื่องการออกกำลังกายได้อย่างครบถ้วน รองเท้าจะถูกเชื่อมต่อกับ Smart Phone ทำให้สามารถวัดระยะการก้าวเดิน การวิ่ง หรือการออกกำลังกายในรูปแบบต่าง ๆ สามารถคำนวณแคลอรี่ และยังเชื่อมกับ Google Maps เพื่อใช้ในการบันทึกเส้นทางของเราได้ด้วย ทำให้เราออกไปทำกิจกรรมโดยไม่ต้องพกอุปกรณ์ออกไปให้เกะกะ และยังไม่ต้องกลัวว่าจะหลงทางอีกด้วย นอกจากนี้เมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยนรองเท้าก็จะมีการเตือนให้เรารู้ ถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพราะถ้าเป็นรองเท้าทั่วไปเราจะไม่สามารถรู้เลยว่ารองเท้าที่ใช้สึก หรือเมื่อใส่ไปออกกำลังกายอาจจะทำให้เราได้รับอันตราย การเตือนแบบนี้ถือเป็นประโยชน์อย่างมาก

รองเท้าอัจฉริยะคู่แรกถูกสร้างขึ้นมาเพื่อคนตาบอด จึงทำจากวัสดุที่มีความแข็งแรง ทนทาน เหมาะกับทุกสภาพผิวถนน มีการสั่นเตือนเมื่อเราเดินออกนอกเส้นทาง และมีเซนเซอร์ในการบอกสิ่งกีดขวางได้อีกด้วย ดังนั้น รองเท้าอัจฉริยะถือได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ในการใช้ชีวิตของคนทุกคนอย่างแท้จริง และเป็นอุปกรณ์ออกกำลังกายชิ้นใหม่ที่อีกไม่นานจะได้รับความนิยมไม่แพ้ Smart Watch อย่างแน่นอน

                เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก เพราะสามารถตอบโจทย์ Life Style ที่ทันสมัยของเราได้ การออกกำลังกายก็เป็นสิ่งที่คนให้ความสำคัญมากเช่นกัน ดังนั้นเมื่อการออกกำลังกายกับเทคโนโลยีมารวมกัน จึงเกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างมาก และราคาก็จะถูกลงเรื่อย ๆ ทำให้คนทุกระดับสามารถเข้าถึง รองเท้าอัจฉริยะเป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่ในอนาคตจะกลายเป็นผู้ช่วยคนใหม่สำหรับการออกกำลังกาย ที่มีไว้รับรองไม่ตกเทรนอย่างแน่นอน หรือพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่ารองเท้าคู่เดียวไปกับเราได้ทุกที่ทุกเวลาอย่างแน่นอน

จำเป็นแค่ไหน ที่ต้องลงทุนซื้อมือถือเครื่องละครึ่งแสน?

หลายคนคงทราบอยู่แล้วว่าโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนที่เราใช้กันทุกวันนี้ มีระดับตั้งแต่ต่ำ กลาง ไปจนถึงระดับสูง หรือที่เรียกว่าไฮเอนด์ ไฮเอนด์เป็นรุ่นเรือธงที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของแต่ละค่าย สำหรับคนส่วนใหญ่การใช้โทรศัพท์คลาสสูงอาจจะเกินความจำเป็น และพวกเขาอาจไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าการใช้งานพื้นฐาน แต่ในกลุ่มนี้ พวกนิสัยไม่ดีบางคนคอยตามกระแนะกระแหนคนใช้ของแพงว่า “รวยอย่างเดียวไม่ได้ต้องโง่ด้วย” น่าสงสัย ตกลงพวกใช้มือถือแพง ๆ โง่จริงหรือ? หรือเพราะหลายคนที่ค่อนขอดไม่เคยมีโอกาสสัมผัสมันกันแน่?

คุณสมบัติ

โทรศัพท์รุ่นไฮเอนด์มักจะมีฟีเจอร์หรือลูกเล่นที่แตกต่างจากรุ่นทั่วไป เช่น ผู้ใช้สามารถออกคำสั่งด้วยท่าทางได้สำหรับการถ่ายภาพ สามารถจดบันทึกในขณะที่นึกไอเดียออกโดยไม่ต้องเปิดหรือปลดล็อกหน้าจอก่อน หรือคุณสมบัติกันน้ำ เป็นต้น ทุกสิ่งที่ออกแบบมาให้โทรศัพท์เหล่านี้ล้วนคิดมาอย่างดีเพื่อความสัมพันธ์ในการใช้ชีวิต ใช้ทำงาน ป้องกันการชำรุดหรือสูญหาย

ความแตกต่าง

เมื่อพูดถึงการชำรุดเราก็ต้องพูดถึงความทนทาน แน่นอนว่าโทรศัพท์ราคาแพง วัสดุที่นำมาใช้ผลิตก็ต้องไม่ไก่กาอาราเร่อยู่แล้ว มันถูกออกแบบให้มีความทนทานเป็นพิเศษด้วยโลหะ ยาง หรือพลาสติกที่มีความยืดหยุ่นสูง มีการทดสอบการร่วงหล่น ทดสอบคุณสมบัติกันน้ำ การลัดวงจรของไฟฟ้า และทดสอบการระเบิด อย่างจริงจัง

ในเมื่อมุ่งเป้าว่ามันต้องทนทานนั่นหมายความว่ามันอาจจะถูกใช้เกินกว่าสิบหรือสิบห้าปี ส่วนของซอฟต์แวร์ก็เป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดสถาปัตยกรรมของสมาร์ทโฟนเหล่านี้ ซอฟแวร์ระบบของรุ่นไฮเอนด์จะได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เพื่อการใช้งานในอนาคตเมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้ากว่าเดิม กล่าวคือผู้ผลิตจะคอยอัพเดตรวมทั้งอัพเกรดเวอร์ชั่นซอฟต์แวร์ให้ OTA อยู่เสมอ โทรศัพท์รุ่นไฮเอนด์จึงให้ความราบรื่นในการใช้งานมากกว่า ซึ่งกลับกันหากเป็นรุ่นทั่วไป การถูกลอยแพจากผู้ผลิตไม่ยอมอัพเกรดซอฟต์แวร์ให้ ไม่ออกตัวแก้ไขข้อผิดพลาด เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะการซื้อรุ่นธรรมดาเหมือนเป็นการยอมรับความเสี่ยงนั้นเองโดยผู้บริโภค โทรศัพท์ธรรมดาไม่ได้รับการดูแลนั่นก็เพราะมันไม่ได้อยู่ในสถานะพิเศษนั่งเอง

การดูแลหลังการขายก็วางใจได้ โทรศัพท์รุ่นครึ่งแสนเหล่านี้จะมีสิทธิในประกันที่ดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนเครื่องใหม่ อะไหล่ฟรี คุ้มครองยาวนาน รวมไปถึงออปชั่นพิเศษอย่างขยายเวลาการรับประกัน เป็นต้น ในขณะที่โทรศัพท์ทั่วไปต้องผจญกับความเสี่ยงในแบบ เปลี่ยนเครื่องไม่ได้ เคลมประกันไม่ฟรี อะไหล่ไม่มี รอทีก็แสนนาน แถมบางรุ่นยังหาอุปกรณ์เสริมไม่ได้จนต้องอาศัยดัดแปลงเอาจากรุ่นข้างเคียงมาใช้ประทังอีกต่างหาก

ทั้งหมดที่กล่าวไปจริง ๆ แค่นั้นก็สมเหตุสมผลกับคลาสของมัน ขนาดยังไม่รวมแก็ตเจ็ตพิเศษ สีพิเศษ ของแถมอีกมากมาย ลงไปในรายละเอียดด้วย เพียงคุณสมบัติที่เห็นหลายคนก็รู้สึกโอเคแล้วที่จะจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อจบปัญหา ไม่ต้องมีเรื่องจุกจิกกวนใจ ไม่ต้องเสียเงินซื้อโทรศัพท์บ่อย ๆ เพราะฉะนั้นวลีที่พูดว่า รวยอย่างเดียวไม่ได้ต้องโง่ด้วย นำมาใช้กับคนที่เลือกซื้อมือถือราคาแพง ดูจะเป็นการกล่าวหาที่รุนแรงเกินไป เพราะบางคนก็ไม่ได้ร่ำรวยมาจากไหนเพียงแต่เขารู้สึกว่ามันเหมาะสมกับตัวเองก็เท่านั้น สุดท้ายการใช้จ่ายควรคำนึงด้วยว่ากำลังของเรามีแค่ไหน จะได้ไม่เป็นภาระผูกพันธ์ต่อเนื่องในภายหลัง เพราะทุกวันนี้เงินทองมันหายาก ทุกบาททุกสตางค์จึงควรคุ้มค่าที่จะเสียไป

 

เอาจริงดิ รถบินได้เนี่ยนะ?

มนุษย์เรามีความฝันด้านการบินมาตั้งแต่ครั้งบรรพกาล หลังพี่น้องตระกูลไรท์ทดสอบสมมติฐานของตัวเองให้เห็น โลกจึงมีหวังที่จะพามนุษย์ขึ้นสู่ท้องฟ้า เมื่อผ่านการทดลองที่ล้มเหลวนับครั้งไม่ถ้วนจากหลายภาคส่วน ในที่สุดมนุษย์ก็ขึ้นไปสัมผัสดินแดนของพระเจ้าได้จริง ๆ แต่นั่นยังไม่ตอบโจทย์ของคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่เสียด้วย กลุ่มคนผู้คลั่งไคล้รถยนต์อย่างยิ่งยวด ทว่า…ไม่ได้ต้องการรถเพื่อขับขี่บนท้องถนน แต่ต้องการรถที่ขับขี่บนอากาศ หรือก็คืออยากให้รถบินได้นั่นแหละ!!!

The Moller M400 Skycar

ไม่ว่าแรงบันดาลใจเกี่ยวกับรถบินได้นี้จะมาจากการ์ตูน นิยาย หรือภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์ที่นำแสดงโดย บรู๊ซ วิลลิช ในขณะที่ยังพอมีผมอย่าง Fifth Element ก็ตาม พาหนะในฝันนี้มีคนเชื่อมั่นอย่างจริงจังว่าจะมีผู้ผลิตสักเจ้าลงมือทำให้มันเป็นจริงเสียด้วย ในปี 2010 บริษัทมอลเลอร์อินเตอร์เนชันแนล ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ผู้พัฒนารถ “The Moller M400 Skycar” เปิดให้จองรถที่อยู่ระหว่างการพัฒนานี้ด้วยราคาราว 500,000 เหรียญสหรัฐ ไม่น่าเชื่อว่าไอเดียเพี้ยน ๆ นี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีด้วยยอดจองกว่า 100 คันในปีแรก และมีลูกค้าใหม่ ๆ สนใจสั่งซื้อไม่ขาดสายด้วยคำโฆษณาที่ว่า มันสามารถบินได้ด้วยความเร็ว 360 ไมล์ต่อชั่วโมง ถ้าบินจากนครลอนดอนไปยังกรุงปารีส ใช้เวลาเพียงแค่ 35 นาทีเท่านั้น แถมยังบอกว่าสามารถพัฒนาให้สำเร็จได้ภายในสามปี นั่นก็คือจะสำเร็จเสร็จสิ้นในปี 2013 ฟังดูสุดหูรูดไปเลย แต่จนแล้วจนรอดป่านนี้ก็ยังไม่สำเร็จ หลังจากนั้น เรื่องรถบินของผู้ผลิตเจ้านี้ก็หายเงียบไปกับสายลม แม้จะมีหลายคนอัพโหลดวิดีโอทดสอบการบินของเจ้ารถบินได้คันนี้ลงในสื่อสังคมออนไลน์อยู่เรื่อย ๆ แต่ก็เป็นฟุตเทจเก่า ภาพเดิมมุมเดิมที่ถ่ายไว้กว่าสิบปีมาแล้ว เป็นมวยล้มต้มคนดูไปอีก

Aero Mobil Fryingcar

ล่าสุดในปี 2016 ฝันของรถบินได้ก็ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้มันกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ บินได้จริงทำขายจริง โดย​บริษัท Aero Mobil แบรนด์ดังสัญชาติ​สโลวะเกีย ​เปิด​ให้​จอง Aero Mobil First Edition ล็อต​แรกจำนวน 500 คัน​ สนนราคา 1.3-1.6 ล้านเหรียญสหรัฐ กำหนดส่งมอบคันแรกในปี 2020 เจ้า Aero Mobil Fryingcar ตัวนี้สามารถเมื่ออยู่บนท้องถนนมันก็คือ Super Car ดี ๆ นี่เอง แต่เมื่อกางปีกออกมันจะสามารถบินได้ที่​ความเร็ว 259 กม.​ต่อ​ชั่วโมง มีถังน้ำมันขนาดใหญ่ที่จุน้ำมันได้ถึง 90 ลิตร รับน้ำหนักบรรทุกได้ 250 กิโลกรัม และบินต่อเนื่องได้ไกลถึง 750 กิโลเมตร

ว่าแต่สรุปแล้วมันควรจะเป็นอากาศยานหรือเป็นรถยนต์กันแน่นะ?

 

เมื่อเทคโนโลยีทำให้คนกล้าโกหกกันมากขึ้น

ภายในสองถึงสามสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่มีวันไหนเป็นวัน “เมษาหน้าโง่” แถมเดือนเมษาก็ล่วงเลยมาไกลมาก ทว่ากลับมีคนโกหก มีคนความแตกอย่างต่อเนื่องกันเลยทีเดียว เหมือนนักวิ่งผลัดที่ส่งไม้ต่อกันเป็นทอด ๆ อย่างไรอย่างนั้น

แรกเริ่มเดิมทีเน็ตไอดอลสาวประกาศว่าเธอท้องกับพระเอกหนุ่มคนหนึ่ง ทุกคนต่างสงสารและเห็นใจเธอ ส่วนชายหนุ่มหน่ะเละไปตามระเบียบ จนเมื่อนักสืบโซเชียลทั้งหลายได้กลิ่นตุ ๆ จากเรื่องนี้ จึงเริ่มขุดคุ้ย ติดตามดูพฤติกรรมของเธอ พอมั่นใจในระดับหนึ่งจึงพร้อมกันฟลัดแฮชแท็กรัว ๆ “…โป๊ะแตก” ทีแรกเจ้าตัวยังดริฟท์ต่อไปว่าแท้งลูก แต่ถูกชาวโซเชียลจับได้ว่าไม่ได้ท้องจริงตามที่ประกาศปาว ๆ ก่อนหน้านี้ จึงออกมาขอโทษสังคมและยอมรับว่าตัวเองโกหก

ถัดมาไม่นานพ่อค้าลอตเตอร์รี่ถ่ายภาพตัวเองกับลอตเตอร์รี่ที่อ้างว่าถูกรางวัลมีมูลค่ากว่าเก้าสิบล้าน แถมพ่อค้ายังแสดงความซื่อสัตย์ด้วยการนำคืนลูกค้าไม่โลภเอาไปขึ้นเงินเองอีกด้วย จากนั้นไม่กี่ชั่วโมงข่าวนี้ถูกแชร์ออกไปพร้อมแฮชแท็ก “คนดีศรีอัมพวา” ว่อนโลกโซเชียล วันต่อมาทั้งสื่อ ทั้งหมอดูชื่อดัง ชาวบ้านจากทุกสารทิศต่างกรูกันเข้าไปขอถ่ายรูป อุดหนุนลอตเตอร์รี่พ่อหนุ่มจิตใจประเสิรฐคนนั้น ไม่นานนักก็ถูกทนายดังตั้งข้อสังเกตแถมถูกแฉเรื่องความไม่เนียนเรื่องลอตเตอร์รี่ในมือ สุดท้ายความแตกจนต้องออกมาขอโทษสังคมอีกคน แต่เรื่องไม่จบแค่นั้นเพราะยังต้องถูกดำเนินคดีอีกหลายข้อหา

ภายในสัปดาห์เดียวกัน ชายหนุ่มปริศนาที่เหมือนหลุดมาจากภาพยนตร์ Catch me if you can ทำการสมอ้างแฝงตัวเข้าไปตีเนียนเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดัง เขาทำทุกอย่างเหมือนนักศึกษาปกติทั่วไป เช่าหอพักแถวมหาวิทยาลัยหารกับเพื่อนนักศึกษา แต่งกายชุดนักศึกษาออกไปเรียน แถมมีภาพถ่ายร่วมกับเพื่อนนักศึกษา ได้รับเกียรติเป็นผู้ถือป้ายมหาวิทยาลัยในงานสำคัญด้วย ไม่นานอีกเช่นกันเพื่อนนักศึกษาคนหนึ่งได้เอารหัสนักศึกษา และชื่อ-สกุลของหนุ่มรายนี้เข้าไปค้นหาในฐานข้อมูลเพื่อกิจกรรมบางอย่างของมหาวิทยาลัย ปรากฏว่าเขาไม่มีตัวตนจริงในสารบบ ตอนนั้นเองที่เริ่มมีการรวมกลุ่มหาที่มาว่าชายหนุ่มปริศนาคนนั้นเป็นใคร? มีจุดประสงค์อะไร? จนได้พบวีรกรรมสุดแสบมากมาย จนได้ข้อสรุปว่าหมอนี่กำลังสร้างโปรไฟล์สวยหรูเพื่อลวงโลก หลายคนออกมาแฉพฤติกรรมของชายหนุ่มไม่ขาดสาย ทั้งเรื่องการยักยอกเงิน นิสัยส่วนตัว เพียงชั่วข้ามคืนแฮชแท็ก “…สกล” ก็กลายเป็นข่าวดังระดับประเทศ เจ้าตัวปิดแอคเค้าท์โซเชียลมีเดียทุกช่องทางและหายตัวไปเลย จนตอนนี้สังคมตามหากันจ้าละหวั่น

ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาเหล่านี้โกหกเพราะนิสัยส่วนตัว หรือค่านิยมทางสังคมกันแน่ที่บีบให้เขาต้องทำตัวให้เด่น ดี อวดโลกด้วยตัวตนปลอมในโลกไซเบอร์ให้สวยงาม เพียงเพราะต้องการโอกาสทางสังคม? แต่ที่เรารู้แน่ๆคือแฮชแท็กเป็นอักษรสั้น ๆ ที่มีพลัง เปลี่ยนคนธรรมดาให้โด่งดังได้ในข้ามคืน เชิดชูคนไม่ดีให้เป็นคนดีก็ได้ และก็เหมือนดาบสองคมถ้าคนเหล่านั้นทำเรื่องไม่ดีจริง ๆ คำ ๆ นั้นก็จะติดตัวเขาไปตลอดเช่นกัน

 

สังคมสีเขียว เมื่อประชากรทั่วโลกห่วงใยสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

แนวคิดอนุรักษ์ที่จะใช้พลังงานสะอาด ใช้พลังงานหมุนเวียน และเลือกใช้พลังงานทดแทน กำลังเป็นกระแสมาแรงทั่วโลก โดยเฉพาะทางฝั่งยุโรปที่ชาติผู้นำอย่างอังกฤษ เยอรมนี และฝรั่งเศส ต่างก็พยายามผลักดันให้ภาคประชาชนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ากันมากขึ้น โดยในฝรั่งเศสได้กันพื้นที่กรุงปารีสชั้นในให้เป็นพื้นที่พิเศษสำหรับพาหนะปลอดมลพิษ สนับสนุนสิทธิประโยชน์ด้านภาษี ส่วนอังกฤษก็เตรียมออกป้ายทะเบียนสีเขียวให้รถยนต์ไฟฟ้า เช่นเดียวกับแคนาดา จีน และนอร์เวย์ โดยนายกรัฐมนตรี Theresa May และเลขาธิการของกระทรวงคมนาคม Chris Grayling เป็นหัวเรือใหญ่ โดยนาย Grayling กล่าวว่า “ป้ายทะเบียนรถยนต์สีเขียวจะช่วยสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนมหาศาล เพราะมันมองเห็นได้ชัดเจน เป็นสื่อให้พวกเขาซื้อรถยนต์แบบนี้มากขึ้น จากปัจจุบันรถยนต์ใหม่ที่จำหน่ายในอังกฤษช่วง 6 เดือนที่ผ่านมามีรถยนต์ไฟฟ้า และเครื่องยนต์ Hybrid ราว 5.5% มากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ 4.2%”

นอกจากนี้เกาะอังกฤษยังเตรียมตามรอยฝรั่งเศส ด้วยการปิดกั้นพื้นที่ส่วนหนึ่งในมหานครลอนดอนให้เป็นพื้นที่พิเศษสำหรับพาหนะไร้มลพิษเท่านั้น ส่วนทางด้านเยอรมนีผู้นำทางด้านการผลิตยานยนต์กำลังจะใช้ “ยาแรง” ห้ามผู้ผลิตจำหน่ายรถยนต์แบบใช้น้ำมันในปี 2030 อย่างเด็ดขาด ซึ่งประชาชนชาวเยอรมันเห็นด้วยกับรัฐบาลและกำลังนิยมใช้รถยนต์ประเภท Zero-emission อยู่แล้วด้วยจึงเป็นการบีบผู้ผลิตไปในตัว ทั้งนี้ยังรณรงค์ให้สหภาพยุโรปเล็งเห็นถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและช่วยกันอนุรักษ์พลังงานมากขึ้น

มาที่บ้านเรารัฐบาลพยายามผลักดันนโยบาย Energy 4.0 ที่มุ่งเน้นการพัฒนาเปลี่ยนแปลงสังคมให้กลายเป็นสังคมสีเขียว เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หนึ่งในมาตรการที่รัฐบาลสนับสนุนตลอดมา เพื่อกรุยทางสู่ยุค Energy 4.0 คือการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนโดยภาคประชาชน ด้วยการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านหรือ “โซลาร์รูฟท็อป” แม้จะได้รับการตอบรับน้อย มีประชาชนแค่บางส่วนที่ให้ความสนใจ แต่ในระยะหลายปีมานี้ราคาของแผงโซลาร์เซลล์ถูกลงกว่าเดิมมาก ลดลงกว่าร้อยละ 90 ภายในระยะเวลา 40 ปี ทำให้ยังมีหวังที่โครงการนี้จะสำเร็จในระยะยาว

ส่วนปตท.เล็งเห็นว่าทั่วโลกมีแนวโน้มเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นทุกวัน จึงเตรียมผุดสถานีเติมไฟฟ้าอีก 20 แห่งในปีนี้ ซึ่งจากเดิมที่มีอยู่แล้ว 21 สถานีแต่ไม่ได้เปิดใช้อย่างเป็นทางการเพราะอยู่ในระหว่างรอคำสั่งอนุมัติจากกรมกิจการพลังงาน อีกหนึ่งผู้ผลักดันให้ประชาชนหันไปใช้พลังงานสะอาดอย่าง บริษัท จีแอลที กรีน (ประเทศไทย) จำกัด เตรียมทุ่มเม็ดเงินลงทุนอีก 50 ล้านบาท เนรมิตสถานีชาร์จรถไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก 70 สถานี นั่นจะทำให้มีจุดให้บริการกว่า 200 สถานี ไว้เพื่อรองรับกระแสการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในเมืองไทย ซึ่งคาดว่าจะได้รับความนิยมอย่างแน่นอนในอนาคต