ท่องเที่ยวในต่างประเทศหรือจะสู้ การท่องเที่ยวในอวกาศ

หากโลกยังไม่หยุดหมุนรอบตัวเอง มนุษย์ก็จะไม่หยุดคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นมาได้อยู่เสมอ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยมีใครคาดคิดแต่มันกำลังจะเกิดขึ้นจริงในอนาคตอันใกล้ คือธุรกิจในแวดวงการท่องเที่ยวที่ไม่เพียงแต่จะพาคุณท่องเที่ยวในดินแดนต่างประเทศ แต่ตอนนี้ ได้เกิดแนวคิด การท่องเที่ยวในอวกาศ ขึ้นเป็นที่เรียบร้อย

บริษัทชั้นนำต่างๆของโลกมากมายกำลังให้ความสนใจในการลงทุนทำธุรกิจ การท่องเที่ยวในอวกาศ  ไม่ว่าจะเป็น
ทางบริษัท Blue Origin หรือ SpaceX ต่างก็มีความตั้งใจที่จะทำให้การเดินทางท่องเที่ยวไปในอวกาศนั้นเกิดขึ้นได้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องที่นักบินอวกาศเท่านั้นที่จะสามารถทำได้

Blue Origin เริ่มต้นแนวคิดจากความหลงใหลในเรื่องอวกาศ ของมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกอย่าง เจฟฟ์ เบโซส์ เจ้าของบริษัทชั้นนำอย่าง Amazon ที่ต้องการให้เกิด การท่องเที่ยวในอวกาศ เชิงพาณิชย์ โดยจะให้ผู้โดยสารได้สัมผัสประสบการณ์จากการนั่งจรวดขึ้นไปอยู่บนวงโคจรของโลก ซึ่งจะทำให้ผู้โดยสารอยู่ในสภาวะไร้น้ำหนักบนอวกาศ สามารถลอยรอบอยู่บริเวณโดยรอบห้องโดยสาร และมองวิวทิวทัศน์บนอวกาศได้จากทั่วทุกมุม ก่อนที่จะกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศและนำผู้โดยสารลงมาสู่พื้นดินอย่างปลอดภัย

ในขณะที่ทางบริษัท SpaceX ที่นำโดยไอรอนแมนในโลกแห่งความจริงอย่าง อีลอน มัสก์ กลับต้องการทำสิ่งที่ล้ำยิ่งกว่านั้น คือการพาผู้โดยสารไปท่องเที่ยวที่ดาวดวงอื่น และมีเป้าหมายสูงสุดที่จะพาเผ่าพันธุ์มนุษย์ ขึ้นไปสร้างอาณานิคมบนดาวอังคาร โดยมีแนวคิดในการนำยานอวกาศที่สามารถรับผู้โดยสารได้กว่า 100 คน เดินทางขึ้นไปท่องเที่ยวบนอวกาศ และจะเป็นการพาไปท่องเที่ยวบนดาวจริงๆ โดยที่วิธีการนี้อาจจะต้องใช้ทรัพยากรเชื้อเพลิงเป็นจำนวนมาก แต่ทาง อีลอน มัสก์ ได้กล่าวไว้ว่า จะมีการสร้างสถานีสำหรับผลิตเชื้อเพลิงที่ไว้ให้พลังงานขึ้นบนดาวดวงต่างๆ เพื่อรองรับพลังงานไว้สำหรับเดินทางกลับสู่โลก

นอกจากนี้ ทางบริษัท SpaceX ยังได้วางแผนที่จะทำธุรกิจสำหรับเดินทางระหว่างประเทศ โดยจะมีจุดเชื่อมต่อในการเข้าสู่วงโคจรในอวกาศเป็นระยะเวลาสั้นๆ เพื่อร่นระยะทางในการเดินทางให้สั้นลง โดยหากแนวคิดนี้สำเร็จจะทำให้การเดินทางระหว่างประเทศใช้เวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงในการข้ามไปสู่อีกซีกโลกหนึ่ง

ยังมีบริษัทชั้นนำอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมากที่ต่างต้องการเข้ามามีส่วนร่วมกับธุรกิจ การท่องเที่ยวในอวกาศ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าการทางการตลาดสูงถึงกว่าสองพันล้านเหรียญสหรัฐฯ และอาจมีมูลค่าที่สูงมากไปกว่านี้ เพราะต้องไม่ลืมว่าการเดินทางไปสู่อวกาศ คือหนึ่งในความฝันที่มนุษย์ทุกคนต่างต้องการสัมผัสประสบการณ์นั้นสักครั้งในชีวิต และเชื่อว่าภายในไม่เกิน 20 ปีข้างหน้า ตลาด การท่องเที่ยวในอวกาศ จะเป็นที่แพร่หลายอย่างมาก และจะเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงที่สุด เพราะตราบใดที่จักรวาลยังไม่มีขอบเขตที่สิ้นสุด มนุษย์ก็จะมีเป้าหมายในการท่องเที่ยวไปในอวกาศแบบไม่รู้จบ

Smart City เปิดอนาคตสู่โลกของคนยุคใหม่

ลองนึกภาพกันว่าจะเป็นอย่างไร หากเราอยู่ในเมืองที่เทคโนโลยีได้เข้ามามีส่วนร่วมในทุกๆ ก้าวของการดำเนินชีวิต หากระบบการจัดการสาธารณูปโภค การศึกษา สาธารณสุข และการควบคุมดูแลกฎหมาย ได้ถูกผนวกเข้ากับเทคโนโลยีอันทันสมัย จะสามารถเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับเราได้มากน้อยเพียงไร

แนวคิดเรื่อง Smart City จะเป็นการนำเอาเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาช่วยปรับปรุงแก้ไขโครงสร้างพื้นฐานในด้านดำเนินชีวิตของมนุษย์ ทั้งด้านการแก้ไขปัญหาการเดินทางบนเส้นทางจราจรที่หนาแน่น การนำระบบอินเทอร์เน็ตมาเชื่อมต่อเข้ากับระบบเซ็นเซอร์ที่จะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำไปปรับปรุงในการให้บริการสาธารณะ โดยสามารถแบ่งเป็นหัวข้อในการพัฒนาได้ดังนี้

Smart Governance

                คือการนำเอาเทคโนโลยีต่างๆ มาช่วยวิเคราะห์และวางแผนเพื่อช่วยให้หน่วยงานรัฐสามารถนำมาประกอบการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งยังจะมีส่วนช่วยอย่างมากในเรื่องการให้บริการสาธารณะ ลดงบประมาณที่ไม่จำเป็น และช่วยให้ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยเน้นการทำงานบนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Smart Mobility

                เป็นการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในการแก้ไขปัญหาการจราจร ที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบเส้นทางเพื่อประหยัดเวลาในการเดินทาง และยังช่วยลดปัญหามลพิษบนท้องถนนที่มีต้นเหตุหนึ่งมาจากการจราจรที่หนาแน่นในทุกๆวัน

Smart Building

                การก่อสร้างอาคารอัจฉริยะจะช่วยในการควบคุมดูแลการทำงานภายในอาคาร เช่น การระบายความร้อน, การปรับอากาศให้ถ่ายเท, ระบบควบคุมระบบให้แสงสว่างภายในอาคาร และการป้องกันความปลอดภัย อีกทั้งยังจะช่วยประหยัดพลังงานที่สูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์อีกด้วย

Smart Infrastructure

                การพัฒนาและติดตั้งระบบเซ็นเซอร์ในทุกพื้นที่ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการช่วยดูแลด้าน
ความปลอดภัยในการดำเนินชีวิตของคนในสังคม


Smart Energy & Lighting

เป็นการนำเอาแนวคิดการพัฒนาระบบไฟฟ้าอัจฉริยะมาใช้บนท้องถนน ให้สามารถควบคุมผ่านระบบเซ็นเซอร์เพื่อเพิ่มลดแสงสว่างหรือปิดไฟบนท้องถนนโดยอัตโนมัติ โดยทั้งหมดขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหวในบริเวณนั้น ซึ่งจะมีส่วนช่วยอย่างมากในการลดใช้พลังงานและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

Smart Home

                การพัฒนาให้สามารถควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ภายในที่อยู่อาศัยได้จากระยะไกล ผ่านระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อป้องกันปัญหาเครื่องใช้ไฟฟ้าลัดวงจร หรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจก่อให้เกิดปัญหาไฟไหม้แก่ที่อยู่อาศัยได้

Smart Public Services

                ระบบจอดรถอัจฉริยะที่จะพารถยนต์ของผู้ใช้บริการขับเคลื่อนไปสู่ที่จอดรถที่ใกล้เคียงสถานที่ปัจจุบันที่สุดโดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้คนที่ต้องขับขี่บนท้องถนน

Smart Healthcare

                เป็นการพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพ ที่จะคอยเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้สวมใส่อุปกรณ์ พร้อมกับช่วยวิเคราะห์และรายงานข้อมูลแบบเรียลไทม์ส่งถึงแพทย์ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้ทันเวลา

Smart Citizen

                นำเทคโนโลยีมาสร้างรากฐานสำคัญให้แก่ผู้คนในสังคม ให้สามารถนำเอาเทคโนโลยีไปปรับใช้กับการดำเนินชีวิตทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เพื่อที่จะนำไปสู่การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของพลเมือง และถือกำเนิดเป็น พลเมืองอัจฉริยะ

                จากที่กล่าวมาข้างต้น แนวคิด Smart City ได้กลายเป็นแนวคิดที่หลากหลายประเทศชั้นนำทั่วโลกต่างกำลังให้ความสนใจและพร้อมผลักดันสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาขึ้นอย่างแพร่หลาย เพราะหากเกิดขึ้นได้จริง จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์ทุกคน ให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย และสามารถเปลี่ยนแปลงโลกทั้งใบให้เข้าสู่ยุคสมัยเทคโนโลยีอย่างแท้จริง

การปฏิวัติครั้งใหญ่ของ Apple

จากบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นมาในโรงรถ จนถึงวันนี้แอปเปิ้ลได้กลายเป็นยักษ์ใหญ่อันดับต้นๆของวงการเทคโนโลยีเป็นที่เรียบร้อย โดยล่าสุดได้มีการจัดงานอีเว้นท์ใหญ่ขึ้นเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อประกาศการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่จะปฏิวัติวงการเทคโนโลยีอีกครั้ง โดยสามารถแบ่งได้เป็น 4 โปรเจกต์ใหญ่ ดังนี้

Apple News+

ภายหลังการประกาศการอัพเกรด Apple News ให้กลายเป็น Apple News+ ได้สร้างกระแสให้เหล่าแฟนๆนิตยสารทั้งหลายต่างหันมาให้ความสนใจในทันที เนื่องจากได้มีการรวมเอานิตยสารชื่อดังต่างๆมากมายกว่า 300 เล่มมาไว้ใน
แอปพลิเคชันเดียว ไม่ว่าคุณจะชื่นชอบนิตยสารแฟชั่น กีฬา เทคโนโลยี ก็มีพร้อมเสิร์ฟให้ผู้อ่านได้ทุกรูปแบบ แถมด้วยการนำเอาภาพเคลื่อนไหวมาเพิ่มลูกเล่นให้กับนิตยสาร หากใครนึกภาพไม่ออก ให้ลองนึกถึงหนังสือพิมพ์ในภาพยนตร์เรื่อง
แฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่มีภาพเคลื่อนไหวให้รับชมขณะอ่านดูสิ ว่ามันน่าตื่นตาตื่นใจแค่ไหน

โดยทั้งหมดนี้จะอยู่ในค่าบริการรายเดือนเพียงแค่ 9.99 ดอลล่าร์สหรัฐ ต่อเดือน (ประมาณ 300 บาทไทย) แถมยังแชร์ค่าใช้บริการกับคนในบ้านหรือเพื่อนสนิทได้อีกด้วย

Apple Card

นี่คือก้าวสำคัญในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของทาง แอปเปิล ภายใต้การร่วมมือกับธนาคารในสหรัฐอเมริกา ที่ทางบริษัทจะเข้ามาให้บริการทางการเงิน ซึ่งจะมีทั้งรูปแบบบัตรเครดิตและบัตรแบบดิจิตอล โดยมีจุดเด่นสำคัญอยู่ที่การไม่มีค่าธรรมเนียมในการใช้งานทั้งค่าธรรมเนียมการใช้งานรายปี หรือค่าธรรมเนียมการใช้งานในต่างประเทศ โดยตัวบัตรจะใช้ระบบการชำระเงิน Mastercard แถมทุกครั้งที่รูดจะได้เครดิตเงินคืนถึง 2-3% โดยจะไม่ใช่การนำแต้มสะสมไปแลกสินค้าหรือบริการเหมือนกับผู้ให้บริการทางการเงินรายอื่นๆ ซึ่งการขยับตัวครั้งนี้ของทางแอปเปิ้ลได้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ให้กับวงการธุรกิจทางการเงินเป็นอย่างมาก

Apple Arcade

บริการเกมที่มีให้เล่นได้เฉพาะแพลตฟอร์มของแอปเปิ้ลเท่านั้น โดยผู้ใช้บริการจะต้องเสียค่าใช้จ่ายแบบรายเดือน แลกกับการสามารถโหลดเกมได้อย่างไม่จำกัด อีกทั้งยังไม่มีโฆษณามาคอยกวนใจ โดยทางแอปเปิ้ลได้รวบรวมเหล่าผู้ผลิตเกมชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลกมาสร้างเกมไว้ในมือคุณ เช่น  Bossa Studios, Cartoon Network, Konami, LEGO หรือ SEGA เป็นต้น โดยจะสามารถเล่นได้ทั้งระบบ IOS,  Mac หรือแม้กระทั่งบน  Apple TV


Apple TV
+

ถือเป็นการยกระดับครั้งใหญ่ของ Apple TV ที่ผู้ชมสามารถดูทีวีได้แบบที่ไม่มีโฆษณาคั่น โดยจะเป็นรายการหรือซีรีส์ของทางแอปเปิ้ลโดยเฉพาะรวมถึงยังมีรายการโทรทัศน์ หรือภาพยนตร์อื่นๆให้สามารถรับชมได้หลากหลายผ่านทาง
Apple TV Channels ที่รวบรวมค่ายชั้นนำต่างประเทศไว้อย่างมากมายให้เลือกชมได้ในที่เดียวอย่าง HBO หรือ Showtime
เป็นต้น

เรียกได้ว่าจากการที่แอปเปิ้ลได้ทำการปรับทัพครั้งใหญ่นี้ ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้แก่วงการธุรกิจต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวงการนิตยสาร ทีวี เกม หรือแม้กระทั่งธุรกิจการเงิน ทำให้เกิดการจับตามองว่าการก้าวครั้งนี้ของทางแอปเปิ้ลจะสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการธุรกิจได้มากน้อยเพียงใด

หุ่นยนต์รูดี้ คู่หูยุคใหม่ของผู้สูงวัยสายไอที

ในสังคมยุคปัจจุบัน เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในการดำรงชีวิตของมนุษย์ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นในด้านของการทำงาน หรือการอำนวยความสะดวกต่างๆ ทำให้มีกลุ่มนักวิจัยและพัฒนาในหลายๆ ประเทศได้มีการนำมาปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาให้เทคโนโลยีเกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และหนึ่งในเทคโนโลยีที่ถูกพูดถึงอย่างมากว่าจะก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในโลกอนาคต คงจะหนีไม่พ้นเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ที่กำลังอยู่ในกรณีศึกษาของหลายๆ ประเทศทั่วทุกมุมโลก

ล่าสุดทางสหรัฐอเมริกา  ได้มีการนำแนวคิดการพัฒนาชีวิตด้านความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุ ไปต่อยอดในการคิดค้นและพัฒนาหุ่นยนต์ ที่จะคอยช่วยอำนวยความสะดวกในการดูแลผู้สูงอายุขึ้นสำเร็จเป็นที่เรียบร้อย โดยได้ให้กำเนิดหุ่นยนต์อัจฉริยะที่จะเข้ามาช่วยดูแลสังคมผู้สูงวัย โดยมีชื่อเรียกว่า หุ่นยนต์รูดี้

แนวคิดของการพัฒนา หุ่นยนต์รูดี้ นั้น เกิดขึ้นมาจากการเล็งเห็นถึงปัญหาในด้านการดูแลผู้สูงวัยที่เกิดขึ้นในทุกประเทศทั่วโลก เนื่องจากในหลายๆครั้ง บรรดาลูกหลานต่างก็มีความจำเป็นที่จะต้องทำงานอย่างหนักเพื่อนำเงินมาเลี้ยงดูคนในครอบครัว หรือนำมาเป็นค่ารักษาเพื่อดูแลผู้สูงอายุ จึงทำให้ไม่มีเวลามากนักที่จะมาดูแลหรือคอยอยู่เป็นเพื่อนกับผู้สูงอายุได้ตลอดทั้งวัน

ดังนั้น หุ่นยนต์รูดี้ จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถใช้งานได้โดยง่าย และราคาไม่สูงจนเกินไป โดยออกแบบให้มีคุณสมบัติที่จะสามารถพูดคุยสนทนาเพื่อคลายเหงา สร้างความบันเทิงและร่วมกิจกรรมต่างๆกับผู้สูงอายุ และยังสามารถคอยให้ความช่วยเหลือได้ในยามฉุกเฉินอีกด้วย นอกเหนือจากนี้ หุ่นยนต์รูดี้ จะคอยดูแลเรื่องเวลาการรับประทานอาหารและการทานยาอย่างเคร่งครัด ช่วยผู้สูงวัยในเรื่องของการจดจำพฤติกรรมในการวางของใช้ต่างๆภายในบ้าน อีกทั้งยังคอยช่วยจดจำตารางการใช้ชีวิตกับตารางการนัดหมายต่างๆ ของผู้ใช้งานอย่างแม่นยำโดยไม่ต้องมาคอยกังวลภายหลัง

คลิฟ กลายเออร์ ผู้ก่อตั้งบริษัทที่คอยดูแลผู้สูงอายุในอเมริกา ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ตัวเขาได้มีโอกาสพบกับกลุ่มทีมงานผู้คิดค้นและพัฒนา หุ่นยนต์รูดี้ จึงเกิดไอเดียในการนำหุ่นยนต์ที่จะช่วยดูแลผู้สูงอายุไปให้ลูกค้าได้ทดลองใช้บริการ โดยมองว่า หุ่นยนต์รูดี้ จะสามารถช่วยในการฟื้นฟูสภาพจิตใจให้แก่ผู้สูงอายุได้เป็นอย่างมาก

นักธุรกิจหลายๆ คนอาจให้ความกังวลว่า หุ่นยนต์รูดี้ จะเข้ามาทำให้เกิดแข่งขันขึ้นในสายงานอาชีพผู้ดูแลผู้สูงอายุและทำให้เกิดการตกงานเป็นจำนวนมากหรือไม่ แต่จริงๆแล้ว หุ่นยนต์รูดี้ ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เข้ามาช่วยเหลือเรื่องการดูแลงานบ้านหรืองานที่มนุษย์ทำเลย แถมยังถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถช่วยเหลืองานของผู้ดูแลผู้สูงอายุได้เป็นอย่างดี เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากขึ้น

หากในอนาคตมีการนำ หุ่นยนต์รูดี้ ไปใช้กันอย่างแพร่หลายในหลายๆ ประเทศ คงจะช่วยให้ผู้สูงอายุได้มีสุขภาพชีวิตที่ดี ช่วยลดปัญหาการทะเลาะกันของคนในครอบครัว และยังช่วยให้ลูกหลานผ่อนคลายความกังวลในเรื่องของภาวะทางจิตใจของผู้สูงอายุ เพราะ หุ่นยนต์รูดี้ จะกลายมาเป็นเพื่อนของคนที่เรารัก จนบางครั้งเราอาจต้องกลายเป็นกังวลว่า ผู้สูงอายุอาจจะไม่ต้องการเรามาดูแลแล้วก็ได้

ปฏิวัติธุรกิจความงามด้วย เทคโนโลยีการสร้างภาพจำลองเสมือนจริง

ธุรกิจความงาม ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตทางการตลาดที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ การศึกษาหรือฐานะทางสังคมเป็นอย่างไร ต่างก็ต้องการสิ่งที่จะมาช่วยพัฒนารูปร่าง หน้าตา ภาพลักษณ์ภายนอกของตนอยู่เสมอ ยิ่งในปัจจุบันที่ได้มีการคิดค้น เทคโนโลยีการสร้างภาพจำลองเสมือนจริง อย่าง AR (Augmented Reality) สำเร็จเป็นที่เรียบร้อย จึงถือเป็นการเปิดประตูไปสู่ยุคสมัยใหม่ด้านอุตสาหกรรมธุรกิจความงาม ให้กลุ่มผู้บริโภคสามารถทดลองใช้สินค้าได้ด้วยตัวเองก่อนการใช้งานจริง

เทคโนโลยีการสร้างภาพจำลองเสมือนจริง เป็นเทคโนโลยีที่จะสร้างภาพจำลองขึ้นผ่านโปรแกรมออกมาในรูปแบบสามมิติ ซึ่งถือว่ากำลังได้รับการจับตามองเป็นอย่างมาก เพราะสามารถดึงดูดความสนใจให้แก่ทั้งกลุ่มผู้บริโภคและผู้ประกอบการเนื่องจากจะทำให้ผู้ซื้อได้ทำการทดลองก่อนตัดสินใจ และทำให้เจ้าของกิจการไม่จำเป็นที่จะต้องเสียงบประมาณในการจ้างพนักงานเป็นจำนวนมากเพื่อมาให้คำแนะนำลูกค้าอีกต่อไป และด้วยความที่เป็นเทคโนโลยีที่สามารถใช้งานได้ในระยะยาว ทำให้ไม่จำเป็นต้องลงทุนซ้ำซ้อน แถมยังช่วยให้ผู้มาเข้าใช้บริการ ได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ในการมาเลือกซื้อสินค้าได้อย่างเพลิดเพลินอีกด้วย

จริงๆ แล้ว เทคโนโลยีดังกล่าวถูกพัฒนาขึ้นมาจากแนวคิดการสร้างแอปพลิเคชันเกี่ยวกับความงาม ที่มีให้ดาวน์โหลดใช้งานกันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็น แอปพลิเคชันออกแบบทรงผม ทดลองแต่งหน้า หรือแม้กระทั่งการจัดเครื่องแต่งกาย ที่มักจะได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มผู้ใช้งาน ทำให้ทางกลุ่มผู้วิจัยและคิดค้นเทคโนโลยี ใช้ไอเดียจากเรื่องนี้ในการเอามาปรับปรุงและนำมาพัฒนาให้เกิดเป็น เทคโนโลยีการสร้างภาพจำลองเสมือนจริง ที่เอาไว้ใช้กับกลุ่มธุรกิจความงามขึ้น อีกทั้งเทคโนโลยีดังกล่าว ยังจะมีส่วนสำคัญอย่างมากในอนาคตต่อการส่งเสริมการขาย และขยายธุรกิจของผู้ประกอบการ เพราะจะช่วยทำให้กลุ่มผู้สนใจผลิตภัณฑ์เกิดการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ เทคโนโลยีการสร้างภาพจำลองเสมือนจริง จะช่วยในการวิเคราะห์สินค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ เพื่อให้เกิดความพึงพอใจในการเข้ารับการบริการมากที่สุด

และที่ยิ่งไปกว่านั้น คือ เทคโนโลยีการจำลองภาพเสมือนจริง ยังสามารถจดจำและเก็บสถิติการเข้าใช้บริการ เพื่อจัดความนิยมของผลิตภัณฑ์ เท่ากับว่ากลุ่มผู้ใช้บริการจะสามารถตามทันกระแสความนิยมในขณะนั้นได้ ซึ่งจะช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดี ทำให้สามารถปิดการขายได้อย่างรวดเร็ว เปรียบเสมือนมีเพื่อนคู่คิดให้กับลูกค้าที่จะคอยให้คำปรึกษาที่ดีและสร้างเสริมความมั่นใจให้แก่ผู้มาขอเข้ารับการบริการอย่างแน่นอน

                จากที่กล่าวมาทั้งหมด คาดว่าในอนาคตอันใกล้นี้ จะมีการนำเอาเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วทุกมุมโลกอย่างแน่นอน ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถเข้าถึงความสะดวกสบายในการเลือกซื้อสินค้า และช่วยประหยัดเวลาในการตัดสินใจ แถมยังช่วยตัดปัญหาในเรื่องการให้บริการที่ไม่ดีของพนักงานในบางครั้งได้ เท่ากับว่าเราจะได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ และเพลิดเพลินไปกับการจับจ่ายใช้สอยโดยไม่ต้องกังวลไปกับการเดินตามหรือการกดดันจากพนักงานอีกต่อไป

ออฟฟิศแคปซูล มิติใหม่แห่งการทำงาน

หากพูดถึงการจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน การดูแลลูกค้า การแก้ไขงาน หรือการปฏิบัติตามคำสั่งของหัวหน้างาน คงเป็นเรื่องสำคัญที่เราต่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บางคนอาจเลือกที่จะเข้าร้านกาแฟหามุมเงียบๆ บางคนอาจจะเลือกนั่งทำงานอยู่บนรถ หรือบางคนหากถึงคราวจำเป็นจริงๆ อาจถึงขั้นต้องเข้าห้องน้ำเพื่อแก้ไขงานหรือส่งอีเมลในขณะนั้น

                ซึ่งในบางครั้ง หลายๆ คนคงอยากที่จะให้มีสถานที่ที่สามารถอยู่เงียบๆ เพื่อนั่งทำงานได้อย่างมีสมาธิ ขอเพียงแค่มีโต๊ะเล็กๆ มี Wi-Fi หรือมีที่ชาร์จแบตเตอรี่ไว้คอยอำนวยความสะดวกก็เพียงพอ เพื่อที่จะได้สามารถทำงานได้อย่างใจจดใจจ่อ ดีกว่าที่ต้องไปนั่งทำงานท่ามกลางผู้คนมากมายจนไม่สามารถรวบรวมสมาธิได้

แต่ถ้าหากมี ออฟฟิศแคปซูล ที่จะคอยให้บริการเราอยู่ตามที่สาธารณะล่ะ

                ล่าสุด ทางประเทศญี่ปุ่นได้เล็งเห็นถึงปัญหานี้ และได้คิดค้นวิธีการแก้ไขปัญหาได้เป็นที่เรียบร้อย โดยได้มีการสร้าง ออฟฟิศแคปซูล ไว้สำหรับคอยรองรับกลุ่มคนวัยทำงานให้สามารถที่จะแวะเวียนมาใช้บริการได้ ซึ่ง ออฟฟิศแคปซูล ที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ ได้มีการเปิดให้ใช้งานตามสถานีรถไฟสายตะวันออกของประเทศญี่ปุ่นทั้งสิ้น 3 สถานี ได้แก่ สถานีชินางาวะ สถานีชินจูกุ และสถานีโตเกียว ซึ่งได้มีผู้ให้ความสนใจมากมายมาขอใช้บริการเป็นจำนวนมาก

                ภายใน ออฟฟิศแคปซูล จะมีสิ่งที่คอยอำนวยความสะดวกให้แก่การทำงานอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะทำงาน, หน้าจอมอนิเตอร์, ที่ชาร์จแบตเตอรี่, Wi-Fi  สำหรับเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต อีกทั้งยังมีประตูกระจกที่ถูกสร้างขึ้นมาให้สามารถลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้เป็นอย่างดี ทำให้ได้รับเสียงตอบรับที่ดีของผู้ที่มาเข้าใช้ โดยผู้ใช้บริการแต่ละคนสามารถทำเรื่องขอเข้าใช้ได้เป็นเวลา 30 นาทีในแต่ละครั้ง นอกจากนี้ที่กล่าวมาทั้งหมด ไม่คิดค่าใช้จ่ายในการให้บริการแต่อย่างใด

                การออกแบบภายในของ ออฟฟิศแคปซูล จะมีลักษณะเป็นพื้นที่ห้องขนาดเล็ก เหมาะสำหรับการเข้าใช้งานได้เพียงคนเดียว โดยออกแบบมาเพื่อให้กลุ่มคนที่ต้องการใช้ทำงานเร่งด่วนจริงๆ เท่านั้น เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจมีผู้มาใช้บริการผิดวัตถุประสงค์ เช่น เพื่อนั่งรอ หรือ การนัดพบปะสังสรรค์ เป็นต้น

                โดยหากต้องการขอเข้าใช้บริการ จะต้องทำการเข้าไปลงทะเบียนก่อน และระบุสถานีที่ต้องการจะขอเข้าใช้บริการ ก่อนที่จะเลือกห้อง ออฟฟิศแคปซูล ที่ต้องการเข้าใช้ จากนั้นก็จะได้รหัสไปสแกนที่หน้าแคปซูล เพื่อปลดล็อกประตูและสามารถเข้าใช้บริการได้ทันที ซึ่ง ออฟฟิศแคปซูล จะเปิดให้ใช้บริการได้ตั้งแต่เวลา 9 โมงเช้าถึง 3 ทุ่มในแต่ละวัน

               หากในภายภาคหน้า แนวคิดการสร้าง ออฟฟิศ แคปซูล ได้ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในแต่ละประเทศทั่วโลก คงจะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่กลุ่มคนวัยทำงานได้ไม่น้อย  เพราะในโลกที่ชีวิตเราทุกคนต่างต้องใช้เวลาไปกับการทำงานเสียเป็นส่วนมาก การมีออฟฟิศส่วนบุคคลในที่สาธารณะ จึงเป็นเหมือนสวรรค์สำหรับคนทำงานอย่างแท้จริง

เครื่องซักผ้าแบบพกพา ที่มีขนาดเพียงกำมือคุณ

ในทุกๆ วันที่เราใช้ชีวิตกันอยู่ขณะนี้ ต่างก็พบเจอปัญหามากมายเกี่ยวกับคราบเลอะ ไม่ว่าจะเป็นคราบซอส เหงื่อ ฝุ่น หรือแม้กระทั่งบางวันที่เราถึงคราวโชคร้ายจริงๆ นกที่บินผ่านไปผ่านมาทุกวันยังปล่อยของเสียออกมาโดนเสื้อหรือของใช้เราได้ ซึ่งถ้าวันนั้นไม่มีเรื่องเร่งด่วนอะไร มันก็คงเป็นเพียงแค่วันที่เราเจอเรื่องแย่ๆ วันหนึ่ง แต่ถ้าวันนั้นเราดันติดธุระสำคัญที่ไม่สามารถเลื่อนได้ขึ้นมาล่ะ มันจะเกิดอะไรขึ้น

ทีนี้ลองหลับตาแล้วนึกภาพดูว่า จะเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์เพียงใด ถ้าเราสามารถพกเครื่องซักผ้าไปที่ไหนก็ได้เพียงแค่เก็บเข้าไปไว้ในกระเป๋ากางเกงของคุณ มันจะวิเศษแค่ไหน ถ้าเราสามารถซักผ้าหรือทำความสะอาดของใช้ ในระหว่างขับรถเดินทางไปทำธุระได้

ปัจจุบันนวัตกรรมนี้ได้เกิดขึ้นแล้วจริงๆ เมื่อกลุ่มนักวิจัยและค้นคว้าของประเทศญี่ปุ่นได้คิดค้นเครื่องซักผ้าที่มีขนาดเพียงแค่เมาส์คอมพิวเตอร์ธรรมดาๆ สำเร็จเป็นที่เรียบร้อย โดยเราสามารถพกพาไว้ใช้งานในเวลาฉุกเฉิน หรือหากคนไหนที่ต้องเดินทางไกลบ่อยๆไม่ว่าจะออกทริปเดินป่า หรือต้องค้างตามโรงแรมต่างๆ ก็สามารถพกติดไว้ในกระเป๋าเดินทางเพื่อนำไปใช้ได้กับทุกสถานการณ์

เครื่องซักผ้าขนาดพกพา จะใช้กลไกในการทำความสะอาดที่แตกต่างไปจากเครื่องซักผ้าทั่วไปอย่างสิ้นเชิง โดยจะสร้างคลื่นความถี่ที่ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือน เข้าไปทำความสะอาดคราบต่างๆ ให้หลุดออกได้อย่างง่ายดาย ด้วยเหตุนี้เองจึงไม่ทำให้สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ที่เรานำมาทำความสะอาดเกิดความเสียหายจากการเสียดสี จึงสามารถนำมาปรับใช้ได้กับสิ่งของหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นพวกเครื่องประดับ  หรือแม้แต่แว่นตาก็ยังสามารถนำมาทำความสะอาดได้ เพียงแต่จะไม่สามารถนำไปใช้ได้กับพวกอุปกรณ์ไฟฟ้า หรือสิ่งของที่จะเกิดความเสียหายได้จากความชื้นที่เกิดขึ้น

โดยวิธีการใช้งาน ก็เพียงแค่ใส่น้ำลงในภาชนะ และใส่น้ำยาทำความสะอาดเล็กน้อย จากนั้นจึงนำตัวเครื่องจุ่มลงในภาชนะ แล้วเสียบสาย USB ทิ้งไว้ เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย และสามารถนำสาย USB ไปเสียบกับแหล่งพลังงานต่ำได้ด้วย เพราะใช้กำลังไฟเพียงแค่ 5W เท่านั้น โดยถึงแม้จะไม่สามารถนำไปซักหรือความสะอาดเครื่องใช้ได้ในปริมาณมากๆ แต่ก็สามารถที่จะใช้ทำความสะอาดของใช้ส่วนตัว หรือในกรณีเร่งด่วนได้เป็นอย่างดี

เพียงเท่านี้ เราก็ไม่ต้องไปคอยซื้อเสื้อผ้า หรือของใช้ใหม่ในเวลาที่เร่งด่วนอีกต่อไป แต่แค่ใช้ เครื่องซักผ้าพกพา ตัวนี้ ทำความสะอาด และนำไปตากพัดลมแรงๆ ใช้เวลาเพียงไม่นาน ก็สามารถนำกลับมาใช้ได้อีกครั้ง ไม่ต้องมานั่งหัวเสีย ไม่ต้องเสียเวลา และไม่ต้องเสียเงินในกระเป๋าอีกด้วย โดยคาดว่าในอนาคตอันใกล้นี้ เครื่องซักผ้าพกพา คงกลายเป็นของใช้สำคัญ ที่เราทุกคนคงต้องนำมาพกติดรถหรือติดกระเป๋าไว้อย่างแน่นอน

หุ่นยนต์นักเสิร์ฟ เครื่องมือรักษาสภาพจิตใจของผู้ป่วยอัมพาต

จากการเปิดเผยข้อมูลขององค์การอนามัยโลกพบว่า โรคอัมพาต ถือเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่นำไปสู่การเสียชีวิตมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลก และพบว่ามีอัตราเฉลี่ยถึงร้อยละ 30 ที่ผู้ป่วยจะเสียชีวิตจากโรคนี้ ร้อยละ 40 ของผู้ป่วยจะไม่สามารถเคลื่อนไหวได้หรือเคลื่อนไหวได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และจะมีเพียงแค่ร้อยละ 30 ของผู้ป่วยโดยเฉลี่ย ที่มีโอกาสหายหรือมีอาการที่ดีขึ้นได้ แต่ต้องหมั่นทานยาควบคุมตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

                หากเจาะลึกลงไปกว่านั้น จะพบว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยโรคอัมพาต ไม่สามารถได้รับผลการรักษาที่เป็นไปในทิศทางที่ดีเท่าที่ควร มาจากสภาพจิตใจที่เกิดความท้อแท้ต่อการรักษาที่ต้องใช้เวลานาน และเห็นผลการรักษาค่อนข้างช้า เนื่องจากผู้ป่วยไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างคล่องแคล่วดั่งในอดีต จึงเป็นเหตุให้ผู้ป่วยไม่พยายามที่จะทำกายภาพบำบัด หรือทานยาตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัด นำมาซึ่งผลการรักษาที่ไม่สามารถพลิกฟื้นสภาพร่างกายและจิตใจของตัวผู้ป่วยให้กลับมาดีได้ดังเดิม

                แต่ล่าสุด มีกลุ่มผู้ที่สามารถคิดค้นหุ่นยนต์ที่สามารถควบคุมได้โดยผู้ป่วยอัมพาตสำเร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยอาจเรียกเจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้ง่ายๆ ว่า หุ่นยนต์นักเสิร์ฟ และความพิเศษของเทคโนโลยีใหม่ชิ้นนี้คือ สามารถควบคุมหุ่นยนต์ให้เคลื่อนไหวได้จากระยะไกลผ่านการใช้สายตาในการพิมพ์ข้อความเพื่อออกคำสั่งต่างๆ ที่จะสามารถควบคุมหุ่นยนต์ได้อย่างอิสระ นอกจากนี้ยังสามารถมองภาพได้ผ่านกล้องที่ถูกติดตั้งอยู่ในตัวหุ่นยนต์ ทำให้ผู้บังคับรู้สึกเหมือนได้เคลื่อนไหวอยู่ในอีกสถานที่หนึ่งเลยทีเดียว

                โดยเมื่อช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ปี 2018 ได้มีการเปิดร้านคาเฟ่ ดอว์น เวอร์ชันเบต้า ขึ้นในเมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อทดลองนำเอา หุ่นยนต์นักเสิร์ฟ มาใช้งานจริงๆ โดยถึงแม้จะเป็นเพียงช่วงทดลอง แต่ก็มีกลุ่มผู้ให้ความสนใจมากมายที่ได้มาลองใช้บริการที่คาเฟ่แห่งนี้ ทางร้านได้จ้างผู้ป่วยที่เป็นโรคอัมพาตมาทำงานเป็นพนักงานคอยควบคุมคน และจ่ายค่าจ้างเป็นค่าแรงขั้นพื้นฐานตามกฎหมายของญี่ปุ่นในขณะนั้น และในปัจจุบันได้ทำการปิดปรับปรุงเป็นการชั่วคราว เพื่อที่จะนำผลที่ได้จากการทดลองไปปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น โดยจะกลับมาเปิดใหม่อีกครั้งในปี 2020

                ถ้าถามว่าสิ่งสำคัญของ หุ่นยนต์นักเสิร์ฟ อยู่ที่รายได้ที่เข้ามาสู่ร้านหรือไม่ ก็คงไม่ใช่ เพราะด้วยค่าจ้างที่จ่ายให้เป็นค่าแรงพื้นฐานของประเทศญี่ปุ่น ดังนั้นเพียงแค่จ้างพนักงานทั่วไป ก็น่าจะมีกลุ่มคนที่สนใจเข้ามาสมัครงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่คาเฟ่อยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่ การได้เปิดประสบการณ์การเคลื่อนไหวในมุมมองที่แตกต่างให้แก่ผู้ป่วยโรคอัมพาต และช่วยเยียวยาสภาพจิตใจผู้ป่วยที่เป็นโรคอัมพาต ให้สามารถที่จะดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งมีความหวังในการรักษาโรคอัมพาตให้กลับมามีอาการที่ดีขึ้น และไม่เพียงแค่เรื่องการประกอบอาชีพเท่านั้น แต่ หุ่นยนต์นักเสิร์ฟ ยังสามารถที่จะนำมาเป็นเครื่องมือในการใช้ชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่ง เพื่อให้ผู้ป่วยอัมพาตได้ใช้ชีวิตดั่งที่ใจต้องการได้อีกครั้งในรูปแบบเสมือนจริง

ปัญหาการใช้แรงงานสัตว์และความเหลื่อมล้ำจะหมดไปด้วยรถเข็นไฟฟ้านำเที่ยว

ปัญหาการใช้แรงงานสัตว์ต่างเป็นข้อถกเถียงในระดับสากลมาอย่างเนิ่นนาน ไม่ว่าจะเป็นการนำสัตว์ต่างๆ มาใช้ในโชว์การแสดง หรือใช้ในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งจริงๆ แล้วไม่น่าจะทำให้เกิดผลเสียแต่อย่างใด แถมยังจะช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เสียด้วยซ้ำ ถ้าหากนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางที่สมควร

                แต่จากความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ก็ต้องยอมรับว่า ในปัจจุบันเราต่างพบเห็นสัตว์ต่างๆหลากหลายสายพันธุ์ ถูกนำมาใช้เป็นพาหนะในการทำธุรกิจเชิงท่องเที่ยว ซึ่งได้สร้างผลกำไรมหาศาลให้แก่ผู้ประกอบการ ด้วยเหตุที่แรงงานสัตว์เหล่านี้ใช้ต้นทุนทางพลังงานต่ำกว่าการใช้พาหนะทั่วไปที่ต้องใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง เป็นเหตุให้เกิดปัญหาที่ถูกร้องเรียนอย่างมากจากทั่วทุกมุมโลกนั่นคือ การที่สัตว์เหล่านี้ไม่ได้รับการดูแลดีเท่าที่ควรทั้งทางด้านการกินอยู่ และด้านสุขภาพ

                ปัญหาต่างๆ เหล่านี้จะหมดไป เมื่อปัจจุบัน มีการทดลองพัฒนารถเข็นไฟฟ้าสำหรับผู้ป่วย ที่นำมาต่อยอดให้กลายเป็นพาหนะที่ใช้ในการท่องเที่ยวเชิงเทคโนโลยี หรือที่เรียกกันอย่างง่ายๆว่า รถเข็นไฟฟ้านำเที่ยว

                รถเข็นไฟฟ้านำเที่ยว จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเดินทางท่องเที่ยวไปได้อย่างสะดวก ปลอดภัย โดยใช้เพียงแค่พลังงานต้นกำเนิดจากไฟฟ้าเพื่อใช้ในการขับเคลื่อน นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังจะสามารถเพลิดเพลินไปกับแอปพลิเคชันที่ถูกพัฒนามาเพื่อนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ที่จะคอยรายงานข้อมูลที่น่าสนใจผ่านทางแท็บเล็ตไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่น่าสนใจ และแนะนำร้านอาหารต่างๆ ให้แก่เหล่านักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ นอกจากนี้ รถเข็นไฟฟ้านำเที่ยว ยังสามารถนำมาใช้ในเมืองที่มีการสัญจรหนาแน่น ทำให้ผู้ที่มาใช้บริการเกิดความรู้สึกสนุกสนานไปกับการท่องเที่ยวได้มากยิ่งขึ้น

                ล่าสุด ทางบริษัท เอ็นทีที โดโคโม องค์กรชั้นนำที่ให้บริการด้านการสื่อสารรายใหญ่ของญี่ปุ่น ได้จับมือร่วมกับเหล่าบริษัทชั้นนำในประเทศ พัฒนาเทคโนโลยี รถเข็นไฟฟ้านำเที่ยวสำเร็จเป็นที่เรียบร้อย โดยได้มีการนำมาทดลองใช้เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาที่มหานครโตเกียว ณ เขตเมืองมารูโนอูจิ เป็นเวลา 5 วัน ภายหลังที่ได้เปิดให้ทดลองใช้งานเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย ก็จะนำไปปรับปรุงแก้ไข พร้อมทั้งพัฒนาตัวแอปพลิเคชันให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นก่อนเปิดใช้งานเต็มรูปแบบในอนาคต

                เมื่อลองนำมาคิดกันดูว่า นอกจาก รถเข็นไฟฟ้านำเที่ยว จะช่วยเปลี่ยนหน้าตาการท่องเที่ยวให้พัฒนาควบคู่ไปกับเทคโนโลยีแล้ว ยังสามารถเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานสัตว์ที่เกิดขึ้นในทั่วทุกมุมโลกได้อีกด้วย และที่ยิ่งไปกว่านั้น อาจสามารถเปลี่ยนวิถีชีวิตของกลุ่มผู้พิการทางการเคลื่อนไหว ให้เข้ามามีส่วนร่วมกับบทบาทในสังคมได้ ผ่านการประกอบอาชีพการเป็นมัคคุเทศก์ ที่จะคอยแนะนำข้อมูลให้แก่ผู้ที่มาเข้าใช้บริการ และสามารถพาชมสถานที่ต่างๆ ซึ่งจากที่กล่าวมามีความเป็นไปได้ว่า รถเข็นไฟฟ้านำเที่ยว อาจจะเป็นเทคโนโลยีที่มีส่วนอย่างมากที่จะเข้ามาแก้ปัญหาลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้อีกด้วย

โลกเสมือนจริง โลกแห่งใหม่สำหรับมนุษย์ในยุค 4.0

ลองคิดดูสิว่าจะดีแค่ไหนที่คุณอยู่ในสถานที่เดิม แต่คุณสามารถมองเห็น รับรู้ รวมกระทั่งสัมผัสสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม และมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาถ้าคุณต้องการ เหมือนคุณหลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่งเลยทีเดียว เมื่อพูดแบบนี้หลาย ๆ คนคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงแค่จินตนาการของมนุษย์เท่านั้น เพราะในความเป็นจริงไม่มีทางที่จะทำได้ ตอนนี้ขอบอกเลยว่าคุณคิดผิด ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าได้เปลี่ยนแปลงสิ่งที่คุณคิดว่าเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ นวัตกรรมนี้เรียกว่า โลกเสมือนจริง (Virtual Reality)

                โลกเสมือนจริง (VR) นี้คือ เทคโนโลยีที่สามารถจำลองสถานการณ์ สถานที่ รวมถึงสภาพแวดล้อมที่คุณสนใจ โดยสิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง หรือสิ่งที่อยู่ในจินตนาการก็ได้ ทำให้คุณสามารถสัมผัสสิ่งเหล่านี้ได้แบบใกล้ชิด มาในรูปแบบของภาพ เสียง และการสัมผัสด้วยร่างกาย การสั่งงานของระบบจะสั่งผ่านคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์เสริมที่ใช้ในการสร้างโลกเสมือนจริง ไม่ว่าจะเป็นแว่นตา ถุงมือ เก้าอี้ และเม้าส์ เพื่อให้ผู้อยู่ในโลกนี้รู้สึกรับรู้ได้ถึงสิ่งต่าง ๆ รอบตัวแบบสามมิติ นั่นคือ การมองเห็น การสัมผัส และการได้ยินเสียง

คนที่เข้าไปอยู่ในโลกเสมือนจริงนี้จะรู้สึกเหมือนตัวเองถูกตัดขาดจากโลกภายนอก และดึงให้เข้ามาอยู่ในอีกโลกที่ถูกจำลองขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ในปัจจุบันมีการพัฒนาให้ทันสมัยมากขึ้นด้วยการจำลองโลกเสมือนจริงนี้มารวมเข้ากับโลกแห่งความเป็นจริง ทำให้เราเห็นภาพจริง กับภาพจำลองซ้อนทับในเวลาเดียวกัน ด้วยการประมวลผลจากคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์เฉพาะที่ใช้กับการจำลองที่มีขนาดเล็กลง ทำให้เราเห็นโลกแห่งความจริง และโลกที่จำลองได้ในขณะเดียวกัน เรียกว่านอกจากจะเห็นภาพแล้ว ยังสัมผัสได้ และได้กลิ่นจากสิ่งต่าง ๆ รอบตัว จนเราแทบจะแยกไม่ออกเลยทีเดียวว่าสิ่งใดคือโลกแห่งความเป็นจริง และสิ่งใดคือโลกเสมือนจริง เทคโนโลยีเรียกว่า Augmented Reality หรือ AR

                นวัตกรรม AR นี้เหมือนจริงมากกว่า และยังประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่า มีการนำมาใช้ประโยชน์ในหลากหลายสาขา ดังนี้

  1. ทางการศึกษา ถูกนำมาจำลองการฝึกภาคปฏิบัติให้กับเด็ก เพื่อส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้ในสิ่งที่ไม่สามารถเห็นได้จากหนังสือ
  2. ภาพยนตร์ มีการนำมาใช้นานแล้ว ในการดูภาพยนตร์ 3 มิติ หรือ 4 มิติ เพื่อสร้างความตื่นเต้น สนุกสนาน และเหมือนเราเข้าไปอยู่ในโลกแห่งภาพยนตร์
  3. ในวงการเกม มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา จำลองโลกเสมือนว่าตัวเราคือตัวละครหลักในเกมที่เราเล่น ทำให้ได้รับความสนุกสนาน เพลิดเพลินแบบ Full HD เลยทีเดียว
  4. ในการโฆษณา มีการจำลองภาพสินค้าเหมือนจริงให้เราเห็นด้วยตาเหมือนมีสินค้าจริงมาตั้งอยู่ตรงหน้าเรา
  5. ทางการแพทย์ ถูกนำมาใช้ในการรักษาในโรคที่เกี่ยวกับระบบประสาท ไม่ว่าจะเป็นโรคเครียด หรือภาวะการนอนไม่หลับ ผู้รักษาสามารถรักษาโรคเหล่านี้ได้ด้วยตนเอง เพียงทำตามคำแนะนำของแพทย์

จะเห็นได้ว่าโลกเสมือนจริงนี้มีประโยชน์ต่อมนุษย์อย่างมากมายมหาศาล และถูกนำมาใช้เพื่อประโยชน์ของมนุษย์เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคตอันใกล้นี้ รับรองว่าโลกเสมือนจริงนี้จะมีการพัฒนาให้ใช้งานได้อยากมีประสิทธิภาพมากขึ้นและเกิดประโยชน์ต่อมนุษย์ครอบคลุมในทุกสาขาอย่างแน่นอน