พื้นผลิตไฟฟ้า พลังงานทางเลือกใหม่สำหรับโลก

พลังงานเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมากสำหรับสิ่งมีชีวิตทุกชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน ลองคิดง่าย ๆ ดูว่าถ้าเราตื่นมาแบบไม่มีพลังงานเราจะอยู่ได้อย่างไรบนโลกใบนี้ เช่น ตื่นมาโดยไม่มีแสงอาทิตย์ ไม่มีพลังงานน้ำต้นไม้ หรือสิ่งมีชีวิตจะเจริญเติบโตได้อย่างไร หรือเราจะพัฒนาร่างกายของเราจากสิ่งใด มนุษย์จึงหันมาให้ความสำคัญในเรื่องของพลังงาน และพัฒนาเทคโนโลยีในเรื่องของพลังงานให้ใช้ได้แบบหลากหลายรูปแบบ เพื่อตอบสนองความต้องการ และความสะดวกสบายในการดำเนินชีวิตของเรานั่นเอง พลังงานอย่างหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมากนั่นคือพลังงานไฟฟ้า เพราะพลังงานไฟฟ้าทำให้สิ่งต่าง ๆ ที่มนุษย์คิดค้นนั้นสามารถใช้งานได้ มนุษย์บนโลกเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกวันซึ่งพลังงานที่มีอยู่นั้นเท่าเดิม ส่งผลให้เกิดโครงการที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงานจำนวนมาก และยังเกิดโครงการในการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้าให้มีความทันสมัยขึ้น เพื่อให้พวกเรามีพลังงานใช้ได้นานยิ่งขึ้น

จะดีแค่ไหนถ้าเพียงแค่คุณเดินผ่านก็มีพลังงานไฟฟ้าเกิดขึ้น

เทคโนโลยีรูปแบบหนึ่งที่มีความทันสมัย และมีประโยชน์อย่างมากที่นำมากล่าวถึง คือ พื้นผลิตไฟฟ้า พื้นเหล่านี้จะฝังแม่เหล็กไฟฟ้าอยู่ภายใน แม่เหล็กไฟฟ้าเหล่านี้สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ เพียงแค่มีการสั่นสะเทือน หลักการง่าย ๆ นั่นคือเมื่อมีการเดิน หรือมีการสั่นก็จะเกิดไฟฟ้าสถิต ถ้ามีการสะสมของไฟฟ้าสถิตมาก ๆ จะเกิดพลังงาน ซึ่งพลังงานเหล่านี้สามารถนำมาผลิตกระแสไฟฟ้า ไฟฟ้าเกิดขึ้นจากการสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นถ้ามีการเดินอย่างต่อเนื่องไฟฟ้าก็จะไม่มีวันหมด นวัตกรรมนี้ถือได้ว่ามีประโยชน์อย่างมากสำหรับโลกของเราที่กำลังอยู่ในภาวะที่ขาดแคลนพลังงาน เพราะพลังงานมีแหล่งกำเนิดจากแรงของมนุษย์ ถ้านำพื้นเหล่านี้ไปติดตั้งในสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น ห้างสรรพสินค้า สนามกีฬา สถานีรถไฟ หรือสนามบิน ยิ่งคนมากยิ่งผลิตไฟฟ้าได้มาก หรืออาจจะเรียกได้ว่าทุกแรงขยับกลายเป็นบ่อเกิดของพลังงานไฟฟ้า ฟังแค่นี้ก็เห็นทางออกใหม่ของการประหยัดพลังงานแล้ว วัสดุที่นำมาใช้ยังเป็นวัสดุที่ทนทานต่อแรงกระแทก และมีราคาไม่สูงมากเมื่อเทียบเงินที่ต้องจ่ายสำหรับค่าไฟฟ้าในระยะยาว เรียกได้ว่าลงทุนเพียงครั้งเดียว แต่เกิดประโยชน์อย่างมากมายมหาศาลเลยทีเดียว พื้นเหล่านี้มีการนำไปใช้งานจริงแล้วในหลาย ๆ ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น อังกฤษ หรือเยอรมัน และถ้านำพื้นผลิตไฟฟ้านี้ไปใช้ร่วมกันเทคโนโลยีด้านอื่น ก็จะทำให้เกิดการพัฒนาของพลังงานแบบไม่มีที่สิ้นสุด

พลังงานถือได้ว่าเป็นเรื่องที่คนทั้งโลกกำลังให้ความสนใจอย่างมาก เพราะเราไม่สามารถอยู่ได้โดยปราศจากพลังงาน พื้นผลิตไฟฟ้าถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ ที่เป็นทางเลือกใหม่ที่จำเป็นอย่างมากสำหรับโลกที่กำลังประสบวิกฤตทางด้านพลังงาน การเพิ่มจำนวนของประชากรในโลกก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เพราะเราสามารถหาพลังงานรูปแบบใหม่ ๆ มาใช้ทดแทนพลังงานเดินที่มีอยู่อย่างจำกัด พื้นผลิตไฟฟ้าถือได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่ประโยชน์และเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับพลังงานทางเลือกอย่างแน่นอน

ภายถ่ายที่เป็นมากกว่าภาพทั่วไปด้วยระบบ AI

โทรศัพท์มือถือแทบจะกลายเป็นปัจจัยที่ 5 ในการดำเนินชีวิตของคนหลาย ๆ คน จะเห็นได้จากการติดโทรศัพท์มือถืออย่างมาก จนไม่วางห่างจากตัวเลยทีเดียว มีหลาย ๆ คนบอกว่าถ้าลืมมือถือไว้ที่บ้านหรือที่ทำงานต้องรีบร้อนกลับไปเอามาเก็บไว้ข้างตัว จนแทบจะกลายเป็นอวัยวะที่ 33 ของเราเลยทีเดียว โทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีทันสมัย ทำให้เราสามารถติดต่อสื่อสารกันได้สะดวก รวดเร็ว นอกจากได้ยินเสียงแล้วยังสามารถเห็นหน้าได้แบบ Real Time ด้วย เราสามารถใช้โทรศัพท์มือถือในการดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ ทำงาน เรียนหนังสือ ค้นหาข้อมูล รวมกระทั่ง ทำธุรกรรมต่าง ๆ ทางธนาคาร และอีกฟังก์ชันหนึ่งที่มีความสำคัญ และได้รับความนิยมอย่างมากก็คือการถ่ายภาพ ด้วยความสะดวก และเทคโนโลยีที่ทันสมัยจึงทำให้โทรศัพท์มือถือกลายมาเป็นกล้องถ่ายภาพประจำตัวของคนในยุคปัจจุบัน   

                การถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือจึงต้องมีการแข่งขันในการพัฒนาเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เพื่อนำมาเป็นจุดเด่นในการขาย มีการคิดค้นให้ทันสมัยเพิ่มขึ้นด้วยการนำระบบ AI มาใช้กับเทคโนโลยีการถ่ายภาพ ระบบ AI หรือ Artificial Intelligence (ปัญญาประดิษฐ์) คือ การพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้เท่าเทียมกับมนุษย์ ระบบ AI นี้ได้นำมาใช้กับโทรศัพท์มือถือเป็นระยะเวลานานแล้ว แต่เพิ่งนำมาปรับใช้กับฟังก์ชันการถ่ายรูป ทำให้ถ่ายรูปได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทัดเทียมกับการใช้กล้องของมืออาชีพเลยทีเดียว ด้วยเทคโนโลยี AI ที่มีประสิทธิภาพนี้ทำให้ภาพที่ถ่ายออกมาสวยงาม ดูเป็นธรรมชาติ เพราะกล้องสามารถรับรู้ได้ว่าจุดไหนคือจุดเด่น และจุดด้อยบนใบหน้าเรา ก็จะเลือกปรับแสงของกล้องให้เหมาะสมที่สุด เพราะการถ่ายภาพในรูปแบบเดิมที่ไม่ได้ใช้ AI เมื่อมีการเลือกโหมดของการถ่ายแบบ Beauty ก็จะปรับให้ภาพออกมาดูเกินจริงจนหลอกตา หลาย ๆ ครั้งผู้ชายถ่ายภาพออกมาก็มีลักษณะผิวคล้ายกับผู้หญิง แต่ถ้าจะไม่ใช้โหมดนี้ภาพที่ถ่ายออกมาก็สมจริง แต่ไม่สวยงาม เรียกได้ว่าต้องเลือกระหว่างความสวยงามกับความเป็นธรรมชาติ แต่การถ่ายภาพด้วยระบบ AI นี้สามารถที่จะทำให้สองสิ่งที่เราต้องการออกมาได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ระบบ AI ในการถ่ายภาพ ยังสามารถปรับโหมดให้เข้ากับวัตถุหรือสิ่งของที่เราจะถ่ายอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพคน สัตว์ สิ่งของ หรือวิว ก็สามารถทำได้เองโดยที่เราไม่ต้องปรับค่าให้ยุ่งยาก เรียกได้ว่าสะดวก ใช้งานง่าย เหมาะกับคนทุกเพศ และทุกวัยเลยทีเดียว

                AI ของกล้องถ่ายรูปกลายมาเป็นฟังก์ชันหลักอย่างหนึ่งในการพิจารณาเลือกซื้อมือถือสำหรับคนจำนวนมาก และเชื่อว่าระบบ AI นี้จะสามารถเปลี่ยนโลกของการถ่ายภาพให้ดีมากยิ่งขึ้น หรือสามารถพูดได้เลยว่ากล้องถ่ายรูปจะเป็นมากกว่ากล้องทั่วไป แต่เหมือนคุณจ้างช่างถ่ายภาพประจำตัวเดินไปกับคุณทุกที่ ทุกเวลา และทุกครั้งที่คุณถ่ายรูป ในอนาคตอันใกล้นี้โทรศัพท์มือถือ จะกลายเป็นอุปกรณ์ข้างกายของคนทุกคน แบบไม่มีข้อสงสัยอย่างแน่นอน

หลอกรักออนไลน์ อาชญากรรมทางเทคโนโลยีสุดน่ากลัว

ชื่อดูเหมือนซีรีย์กุ๊กกิ๊กแนวเกาหลี แต่เชื่อเถอะมันไม่โสภาโสภีเหมือนซีรีย์ที่ว่าหรอก “โรมานซ์แกรม” หรือ “โรมานซ์แกรมเมอร์” เป็นกลลวงสุดแสบของมิจฉาชีพหัวใส ซึ่งนับเป็นอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างหนึ่ง อาชญากรรมชนิดนี้ต่อยอดมาจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เคยระบาด สร้างความเสียหายมูลค่ามหาศาลมาก่อนหน้านี้ เมื่อคนรู้เท่าทันวิธีการเดิมเริ่มไม่ได้ผลมิจฉาชีพก็พยายามเปลี่ยนวิธีการเรื่อย ๆ

วิธีการลวงเหยื่อ

โรมานซ์แกรม หรือหลอกรักออนไลน์มีวิธีการแยบยลกว่าวิธีการคอลเซ็นเตอร์ คือ มิจฉาชีพมักจะก่อเหตุอย่างใจเย็น โดยเริ่มแรกจะส่งคำขอเป็นเพื่อนกับเหยื่อ โดยมากมักจะใช้รูปประจำตัวเป็นหนุ่มหล่อผิวขาวชาวตะวันตก เพื่อให้เหยื่อกดรับเป็นเพื่อนโดยง่าย ไม่นานก็จะแชทเข้าไปพูดคุยกับเหยื่อ ระหว่างนั้นก็มักจะลงรูปอวดความร่ำรวย โชว์ชีวิตหรูหราเสมอ และจะมีเพื่อนซึ่งเป็นหน้าม้า หรือตัวเองที่ล็อกอินยูเซอร์อื่นเข้าไปคอมเม้นต์โต้ตอบ เพื่อให้เหยื่อรู้สึกว่าบุคคลนั้น ๆ มีตัวตนจริง การแชทพูดคุยกับเหยื่อมักจะหยอดคำหวานจีบเหยื่อ ทำให้รู้สึกว่าอยากคบหาดูใจ

ผ่านไปสักระยะเมื่อเห็นว่าเหยื่อไว้ใจและรู้สึกว่าเป็นคู่รักกันแล้วก็มักจะเริ่มออกลาย เริ่มบ่นเรื่องปัญหาทางการเงินหรือธุรกิจไม่ลงตัว เริ่มเรียกร้องต้องการยืมเงินจากเหยื่อ เพราะจะนำไปจ่ายภาษีเพื่อให้เข้าเงื่อนไขรับมรดก หรือเพื่อให้ธุรกิจมีสภาพคล่อง (ส่วนใหญ่มักจะใช้ข้ออ้างนี้) โดยสัญญากับเหยื่อว่าหลังจากได้รับเงินมรดกหรือปันผลทางธุรกิจแล้ว จะคืนเงินมากกว่าห้าหรือสิบเท่าให้กับเหยื่อ โดยมิจฉาชีพพวกนี้มักจะมีวาทะศิลป์ดีโน้มน้าวเหยื่อจนตายใจ เมื่อได้รับเงินจากเหยื่อแล้วระหว่างนั้นจะยังไม่หายไปไหน ทำให้เหยื่อรู้สึกว่าไม่ถูกเชิดเงินหนีและจะพร่ำบอกเหยื่อเสมอว่าใกล้ได้รับเงินแล้ว อาทิตย์นี้ เดือนนี้จะคืนให้ ถ้าเหยื่อยิ่งตกหลุมรักมากมิจฉาชีพเหล่านี้จะยิ่งหลอกซ้ำให้โอนเงินให้เรื่อย ๆ อาจจะมีการคืนเงินบางส่วนเพื่อให้เหยื่อเชื่อใจแล้วขอยืมอีกครั้งในวงเงินที่มากขึ้น เหยื่อที่โดนหลอกเอาทรัพย์สินไปมากที่สุดเสียหายกว่า 33 ล้านบาท!!!

กว่าจะรู้ว่าโดนหลอกเหยื่อแต่ละคนลมแทบจับ ยิ่งโดยเฉพาะตอนความจริงปรากฏ เมื่อเห็นตัวจริงของคนที่ตนเองคุยด้วย คนที่เหยื่อเรียกเต็มปากว่าคนรักนั้นแท้จริงแล้ว เป็นชาวอาฟริกาผิวดำชนิดไม่ตรงปก โดยเหยื่อที่ตกเป็นเป้าหมายของแก๊งโรมานซ์แกรมเหล่านี้มักจะเป็นสาวโสดวัยกลางคนอายุระหว่าง 40-60 ปี เพราะเหยื่อเหล่านี้อารมณ์อ่อนไหวต่อความรักนั่นเอง

ข้อสังเกต

กลลวงของมิจฉาชีพเหล่านี้มักจะแสดงช่องโหว่ให้จับพิรุธได้ง่ายเช่น มีอาการตกหลุมรักเหยื่อโดยง่าย ไม่ยอมให้นัดเจอ ไม่ยอมเปิดกล้องคุยกันแบบเห็นใบหน้า บ่ายเบี่ยงการเปิดเผยตัวจริงทุกรูปแบบ สะกดภาษาอังกฤษแบบผิด ๆ ถูก ๆ เหตุผลที่ใช้ขอยืมทรัพย์สินจากเหยื่อดูไม่มีน้ำหนัก เป็นต้น

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงมิจฉาชีพรูปแบบหนึ่งจากมิจฉาชีพสารพัดรูปแบบ พวกเขากำลังแฝงตัวก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีอยู่บนโลกอินเทอร์เน็ต กลลวงบางอย่างเป็นสิ่งที่คนดีๆนึกไม่ถึง จนทำให้ตกเป็นเหยื่อได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามการติดตามข่าวสารและรับฟังคำเตือนจากสังคม คนรอบข้าง คงเป็นเกราะป้องกันตัวที่ดีที่สุดเมื่อเจอสถานการณ์เช่นนี้