แปรงสีฟันไฟฟ้าอัจฉริยะนวัตกรรมใหม่สำหรับสุขภาพช่องปาก

การดูแลสุขภาพช่องปากถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมากสำหรับทุกคน เนื่องจากการติดต่อสื่อสารระหว่างกันจำเป็นต้องใช้คำพูด การพูดแต่ละครั้งถ้ามีปัญหาเรื่องสุขภาพช่องปากก็จะทำให้มีกลิ่นไม่พึงประสงค์เล็ดลอดออกมาในขณะที่พูดคุย อันเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้รู้สึกไม่มั่นใจในการพบปะผู้คนนั่นเอง การดูแลช่องปากที่ถือได้ว่าเป็นวิธีพื้นฐาน และยังเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ การแปรงฟันแบบถูกวิธีนั่นเอง ลองถามตัวเองว่าตอนนี้แปรงฟันถูกวิธีหรือไม่ ทั้งลักษณะการแปรง และเวลาในการแปรง ต่อไปนี้ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้จะหมดไปด้วยแปรงสีฟันไฟฟ้าอัจฉริยะ แปรงสีฟันชนิดนี้ต่างจากแปรงสีฟันไฟฟ้าแบบทั่วไป ดังต่อไปนี้

  1. แปรงสีฟันไฟฟ้าแบบทั่วไปทำได้เพียงแค่ส่ง Ultrasonic จากบริเวณหัวแปรงไปทำลายคราบหินปูนต่าง ๆ ที่เกาะอยู่บนฟันได้เท่านั้น แต่ไม่สามารถช่วยแปรงฟันได้แบบถูกวิธี ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยทำให้แปรงสีฟันไฟฟ้าอัจฉริยะทำได้มากกว่านั้น ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องแปรงฟันด้วยตนเองอีกต่อไปเพียงแค่จ่อหัวแปรงที่บริเวณฟัน แปรงก็จะทำหน้าที่ในการแปรงฟันแบบถูกวิธี นั่นคือ การแกว่งของหัวแปรงจะเป็นจังหวะเหมือนไปใช้บริการขัดฟันกับหมอฟันมืออาชีพ อีกทั้งยังสามารถตั้งเวลาในการแปรงฟันที่ถูกต้องได้ ก็คือ 2 นาที ทุก ๆ 30 วินาทีของการแปรงฟัน เครื่องจะหยุดทำงานเพื่อให้ผู้ใช้รู้ว่าต้องเปลี่ยนมุม หรือที่ในการแปรงฟันแล้วนั่นเอง
  2. มีขนาดเล็กกะทัดรัดกว่าแปรงสีฟันไฟฟ้าแบบทั่วไป รูปร่างเหมือนแปรงสีฟันธรรมดาแต่มาพร้อมกับคุณภาพเกินธรรมดา ทำให้สามารถพกพาได้สะดวก มีน้ำหนักเบา เหมาะสำหรับการเดินทางเป็นอย่างมาก และที่สำคัญไม่จำเป็นต้องใช้แท่นวางที่ใหญ่เกะกะ เพราะแปรงสีฟันไฟฟ้าอัจฉริยะมีตัวยึดทำให้ยึดกับกระจก หรือผนังห้องน้ำได้ทันที เรียกได้ว่าประหยัดพื้นที่สำหรับห้องน้ำอย่างมาก
  3. บริเวณด้านหลังของหัวแปรงจะมีมีดโกนเอาไว้ให้ใช้งานได้ เช่น สำหรับคุณสภาพบุรุษทั้งหลายเมื่อต้องเดินทาง สามารถนำมาใช้แทนมีดโกนหนวดได้เลย หรือสำหรับสาว ๆ สามารถใช้มากันคิ้วให้สวยงามได้ เป็นต้น
  4. การเปลี่ยนหัวแปรงก็ง่าย และสะดวกอย่างมาก หัวแปรงมีความนิ่มเป็นพิเศษทำให้ไม่เกิดปัญหาเลือดออกตามไรฟันตามมา
  5. ราคาไม่แพงมากนัก สำหรับผู้ที่ต้องการความสะอาด แบบถูกวิธี สามารถหามาใช้งานได้แบบไม่หนักกระเป๋าอย่างแน่นอน

สำหรับผู้ที่ปัญหาเรื่องกลิ่นปากอันมาจากการแปรงฟันไม่สะอาด และไม่ถูกวิธี ลองหาแปรงไฟฟ้าอัจฉริยะมาใช้งานแทนแปรงสีฟันที่ใช้อยู่ รับรองว่าใช้เวลาเพียงแค่ 6 สัปดาห์ จะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของช่องปากไปในทางที่มีสุขภาพดีมากขึ้น ทดสอบง่าย ๆ ก็คือ กลิ่นปากจะหอมสดชื่น และฟันขาวสะอาดมากขึ้น เมื่อลองคำนวณรายจ่ายที่ต้องซื้อแปรงแล้ว เรียกได้ว่าถูก และประหยัดกว่าการเข้าไปทำฟันโดยหมอฟันมืออาชีพ อย่างไม่ต้องสงสัย

กุญแจสู่ความสำเร็จของเจ้าพ่อแห่งวงการเทคโนโลยี อีลอน มัสก์

หากผู้ใดติดตามข่าวสารวงการเทคโนโลยีอย่างใกล้ชิด น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก ชายผู้อุทิศตัวเองเพื่อคิดค้นเทคโนโลยีที่จะช่วยพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษยชาติ ชายที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของพลังงานสิ่งแวดล้อม ชายที่มีความใฝ่ฝันสูงสุดที่จะพาเผ่าพันธุ์มนุษย์ไปตั้งรกรากถิ่นฐานใหม่ที่ดาวอังคาร ชายที่ชื่อ อีลอน มัสก์

อีลอน มัสก์ คือบุรุษผู้ก่อตั้งบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น  PayPal ,  SpaceX , Tesla ,
SolarCity , OpenAI , Neuralink  และ The Boring Company ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นบริษัทผู้นำทางด้านเทคโนโลยีทั้งสิ้น อีกทั้ง
อีลอน มัสก์ ยังเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดระบบขนส่งความเร็วสูงอย่าง Hyperloop ที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างแพร่หลายในขณะนี้

แล้วชายผู้นี้มีวิธีคิดอย่างไรที่พาตัวเองให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จในโลกของเทคโนโลยี

ผู้เชี่ยวชาญด้านการสังเกต

สิ่งที่หลายๆคนรู้เกี่ยวกับ อีลอน มัสก์ นั้น คือเขาเป็นนักอ่านและแสวงหาความรู้ตัวยง แต่ที่ยิ่งกว่านั้นคือ เขามักจะสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวเขาอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นด้านการทำงานหรือด้านการใช้ชีวิต เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิมในทุกๆวัน

โฟกัสให้ลึก

เชื่อหรือไม่ ในระหว่างที่ทำงาน เขาจะไม่ยอมให้มีสิ่งใดมาขัดขวางหรือเบี่ยงเบนความสนใจไปจากงานที่ทำอยู่ แม้กระทั่งเสียงเตือนจากโทรศัพท์ เพราะเขาเชื่อว่า การโฟกัสกับงานอย่างจริงจังจะทำให้สามารถเปิดการรับรู้ทางความคิดได้อย่างเต็มที่ และจะทำให้งานออกมามีประสิทธิภาพมากที่สุด

หวงแหนเวลา

เวลาเป็นสิ่งที่ยุติธรรมมากที่สุดที่เกิดขึ้น ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานชีวิตอย่างไร ต่างก็มีเวลาในการชีวิตในแต่ละวันอย่างเท่าเทียมกัน อีลอน มัสก์ เองก็เชื่อเช่นนั้น โดยเขาจะใช้เวลาให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุดอยู่เสมอ ทั้งการตอบอีเมลที่สั้น กระชับ ได้ใจความ การจัดประชุมวางแผนที่ต้องตรงประเด็น ไม่ยืดเยื้อ หรือแม้แต่ในเวลารับประทานอาหารที่เขามักจะใช้เวลาควบคู่ไปกับการทำงานที่ไม่ต้องใช้ความคิดมากนัก เช่น การนัดหมาย และอ่านรายงานข้อมูล เป็นต้น

กล้าล้มเหลว เพื่อเป้าหมายที่ชัดเจน

จริงๆแล้ว สิ่งที่เขามักจะย้ำอยู่เสมอแต่กลับไม่ค่อยถูกพูดถึงคือ ตัวเขาเองก็ล้มเหลวมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ความล้มเหลวไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา มันกลับเป็นเหมือนการทำงานวิจัยและทดลอง เพื่อที่จะนำไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ อีกทั้งเขาไม่เคยกลัวความผิดพลาดในการตัดสินใจ เพราะอย่างน้อยที่สุด มันจะทำให้เขานำมาปรับปรุงพัฒนาแนวคิดเพื่อให้เกิดงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอยู่เสมอ

ถึงแม้หลายๆคนอาจมองชายที่ชื่อ อีลอน มัสก์ ว่าเป็นคนที่มีอีโก้สูง แต่สิ่งที่เขาได้ยึดถือมาตลอดคือ ความตั้งใจในการที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์ทุกคนให้มีคุณภาพชีวิตที่สูงขึ้น และสร้างความเท่าเทียมทางด้านเทคโนโลยีให้เกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลกอย่างแท้จริง

ท่องเที่ยวในต่างประเทศหรือจะสู้ การท่องเที่ยวในอวกาศ

หากโลกยังไม่หยุดหมุนรอบตัวเอง มนุษย์ก็จะไม่หยุดคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นมาได้อยู่เสมอ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยมีใครคาดคิดแต่มันกำลังจะเกิดขึ้นจริงในอนาคตอันใกล้ คือธุรกิจในแวดวงการท่องเที่ยวที่ไม่เพียงแต่จะพาคุณท่องเที่ยวในดินแดนต่างประเทศ แต่ตอนนี้ ได้เกิดแนวคิด การท่องเที่ยวในอวกาศ ขึ้นเป็นที่เรียบร้อย

บริษัทชั้นนำต่างๆของโลกมากมายกำลังให้ความสนใจในการลงทุนทำธุรกิจ การท่องเที่ยวในอวกาศ  ไม่ว่าจะเป็น
ทางบริษัท Blue Origin หรือ SpaceX ต่างก็มีความตั้งใจที่จะทำให้การเดินทางท่องเที่ยวไปในอวกาศนั้นเกิดขึ้นได้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องที่นักบินอวกาศเท่านั้นที่จะสามารถทำได้

Blue Origin เริ่มต้นแนวคิดจากความหลงใหลในเรื่องอวกาศ ของมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกอย่าง เจฟฟ์ เบโซส์ เจ้าของบริษัทชั้นนำอย่าง Amazon ที่ต้องการให้เกิด การท่องเที่ยวในอวกาศ เชิงพาณิชย์ โดยจะให้ผู้โดยสารได้สัมผัสประสบการณ์จากการนั่งจรวดขึ้นไปอยู่บนวงโคจรของโลก ซึ่งจะทำให้ผู้โดยสารอยู่ในสภาวะไร้น้ำหนักบนอวกาศ สามารถลอยรอบอยู่บริเวณโดยรอบห้องโดยสาร และมองวิวทิวทัศน์บนอวกาศได้จากทั่วทุกมุม ก่อนที่จะกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศและนำผู้โดยสารลงมาสู่พื้นดินอย่างปลอดภัย

ในขณะที่ทางบริษัท SpaceX ที่นำโดยไอรอนแมนในโลกแห่งความจริงอย่าง อีลอน มัสก์ กลับต้องการทำสิ่งที่ล้ำยิ่งกว่านั้น คือการพาผู้โดยสารไปท่องเที่ยวที่ดาวดวงอื่น และมีเป้าหมายสูงสุดที่จะพาเผ่าพันธุ์มนุษย์ ขึ้นไปสร้างอาณานิคมบนดาวอังคาร โดยมีแนวคิดในการนำยานอวกาศที่สามารถรับผู้โดยสารได้กว่า 100 คน เดินทางขึ้นไปท่องเที่ยวบนอวกาศ และจะเป็นการพาไปท่องเที่ยวบนดาวจริงๆ โดยที่วิธีการนี้อาจจะต้องใช้ทรัพยากรเชื้อเพลิงเป็นจำนวนมาก แต่ทาง อีลอน มัสก์ ได้กล่าวไว้ว่า จะมีการสร้างสถานีสำหรับผลิตเชื้อเพลิงที่ไว้ให้พลังงานขึ้นบนดาวดวงต่างๆ เพื่อรองรับพลังงานไว้สำหรับเดินทางกลับสู่โลก

นอกจากนี้ ทางบริษัท SpaceX ยังได้วางแผนที่จะทำธุรกิจสำหรับเดินทางระหว่างประเทศ โดยจะมีจุดเชื่อมต่อในการเข้าสู่วงโคจรในอวกาศเป็นระยะเวลาสั้นๆ เพื่อร่นระยะทางในการเดินทางให้สั้นลง โดยหากแนวคิดนี้สำเร็จจะทำให้การเดินทางระหว่างประเทศใช้เวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงในการข้ามไปสู่อีกซีกโลกหนึ่ง

ยังมีบริษัทชั้นนำอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมากที่ต่างต้องการเข้ามามีส่วนร่วมกับธุรกิจ การท่องเที่ยวในอวกาศ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าการทางการตลาดสูงถึงกว่าสองพันล้านเหรียญสหรัฐฯ และอาจมีมูลค่าที่สูงมากไปกว่านี้ เพราะต้องไม่ลืมว่าการเดินทางไปสู่อวกาศ คือหนึ่งในความฝันที่มนุษย์ทุกคนต่างต้องการสัมผัสประสบการณ์นั้นสักครั้งในชีวิต และเชื่อว่าภายในไม่เกิน 20 ปีข้างหน้า ตลาด การท่องเที่ยวในอวกาศ จะเป็นที่แพร่หลายอย่างมาก และจะเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงที่สุด เพราะตราบใดที่จักรวาลยังไม่มีขอบเขตที่สิ้นสุด มนุษย์ก็จะมีเป้าหมายในการท่องเที่ยวไปในอวกาศแบบไม่รู้จบ

Smart City เปิดอนาคตสู่โลกของคนยุคใหม่

ลองนึกภาพกันว่าจะเป็นอย่างไร หากเราอยู่ในเมืองที่เทคโนโลยีได้เข้ามามีส่วนร่วมในทุกๆ ก้าวของการดำเนินชีวิต หากระบบการจัดการสาธารณูปโภค การศึกษา สาธารณสุข และการควบคุมดูแลกฎหมาย ได้ถูกผนวกเข้ากับเทคโนโลยีอันทันสมัย จะสามารถเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับเราได้มากน้อยเพียงไร

แนวคิดเรื่อง Smart City จะเป็นการนำเอาเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาช่วยปรับปรุงแก้ไขโครงสร้างพื้นฐานในด้านดำเนินชีวิตของมนุษย์ ทั้งด้านการแก้ไขปัญหาการเดินทางบนเส้นทางจราจรที่หนาแน่น การนำระบบอินเทอร์เน็ตมาเชื่อมต่อเข้ากับระบบเซ็นเซอร์ที่จะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำไปปรับปรุงในการให้บริการสาธารณะ โดยสามารถแบ่งเป็นหัวข้อในการพัฒนาได้ดังนี้

Smart Governance

                คือการนำเอาเทคโนโลยีต่างๆ มาช่วยวิเคราะห์และวางแผนเพื่อช่วยให้หน่วยงานรัฐสามารถนำมาประกอบการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งยังจะมีส่วนช่วยอย่างมากในเรื่องการให้บริการสาธารณะ ลดงบประมาณที่ไม่จำเป็น และช่วยให้ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยเน้นการทำงานบนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Smart Mobility

                เป็นการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในการแก้ไขปัญหาการจราจร ที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบเส้นทางเพื่อประหยัดเวลาในการเดินทาง และยังช่วยลดปัญหามลพิษบนท้องถนนที่มีต้นเหตุหนึ่งมาจากการจราจรที่หนาแน่นในทุกๆวัน

Smart Building

                การก่อสร้างอาคารอัจฉริยะจะช่วยในการควบคุมดูแลการทำงานภายในอาคาร เช่น การระบายความร้อน, การปรับอากาศให้ถ่ายเท, ระบบควบคุมระบบให้แสงสว่างภายในอาคาร และการป้องกันความปลอดภัย อีกทั้งยังจะช่วยประหยัดพลังงานที่สูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์อีกด้วย

Smart Infrastructure

                การพัฒนาและติดตั้งระบบเซ็นเซอร์ในทุกพื้นที่ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการช่วยดูแลด้าน
ความปลอดภัยในการดำเนินชีวิตของคนในสังคม


Smart Energy & Lighting

เป็นการนำเอาแนวคิดการพัฒนาระบบไฟฟ้าอัจฉริยะมาใช้บนท้องถนน ให้สามารถควบคุมผ่านระบบเซ็นเซอร์เพื่อเพิ่มลดแสงสว่างหรือปิดไฟบนท้องถนนโดยอัตโนมัติ โดยทั้งหมดขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหวในบริเวณนั้น ซึ่งจะมีส่วนช่วยอย่างมากในการลดใช้พลังงานและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

Smart Home

                การพัฒนาให้สามารถควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ภายในที่อยู่อาศัยได้จากระยะไกล ผ่านระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อป้องกันปัญหาเครื่องใช้ไฟฟ้าลัดวงจร หรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจก่อให้เกิดปัญหาไฟไหม้แก่ที่อยู่อาศัยได้

Smart Public Services

                ระบบจอดรถอัจฉริยะที่จะพารถยนต์ของผู้ใช้บริการขับเคลื่อนไปสู่ที่จอดรถที่ใกล้เคียงสถานที่ปัจจุบันที่สุดโดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้คนที่ต้องขับขี่บนท้องถนน

Smart Healthcare

                เป็นการพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพ ที่จะคอยเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้สวมใส่อุปกรณ์ พร้อมกับช่วยวิเคราะห์และรายงานข้อมูลแบบเรียลไทม์ส่งถึงแพทย์ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้ทันเวลา

Smart Citizen

                นำเทคโนโลยีมาสร้างรากฐานสำคัญให้แก่ผู้คนในสังคม ให้สามารถนำเอาเทคโนโลยีไปปรับใช้กับการดำเนินชีวิตทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เพื่อที่จะนำไปสู่การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของพลเมือง และถือกำเนิดเป็น พลเมืองอัจฉริยะ

                จากที่กล่าวมาข้างต้น แนวคิด Smart City ได้กลายเป็นแนวคิดที่หลากหลายประเทศชั้นนำทั่วโลกต่างกำลังให้ความสนใจและพร้อมผลักดันสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาขึ้นอย่างแพร่หลาย เพราะหากเกิดขึ้นได้จริง จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์ทุกคน ให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย และสามารถเปลี่ยนแปลงโลกทั้งใบให้เข้าสู่ยุคสมัยเทคโนโลยีอย่างแท้จริง

การปฏิวัติครั้งใหญ่ของ Apple

จากบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นมาในโรงรถ จนถึงวันนี้แอปเปิ้ลได้กลายเป็นยักษ์ใหญ่อันดับต้นๆของวงการเทคโนโลยีเป็นที่เรียบร้อย โดยล่าสุดได้มีการจัดงานอีเว้นท์ใหญ่ขึ้นเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อประกาศการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่จะปฏิวัติวงการเทคโนโลยีอีกครั้ง โดยสามารถแบ่งได้เป็น 4 โปรเจกต์ใหญ่ ดังนี้

Apple News+

ภายหลังการประกาศการอัพเกรด Apple News ให้กลายเป็น Apple News+ ได้สร้างกระแสให้เหล่าแฟนๆนิตยสารทั้งหลายต่างหันมาให้ความสนใจในทันที เนื่องจากได้มีการรวมเอานิตยสารชื่อดังต่างๆมากมายกว่า 300 เล่มมาไว้ใน
แอปพลิเคชันเดียว ไม่ว่าคุณจะชื่นชอบนิตยสารแฟชั่น กีฬา เทคโนโลยี ก็มีพร้อมเสิร์ฟให้ผู้อ่านได้ทุกรูปแบบ แถมด้วยการนำเอาภาพเคลื่อนไหวมาเพิ่มลูกเล่นให้กับนิตยสาร หากใครนึกภาพไม่ออก ให้ลองนึกถึงหนังสือพิมพ์ในภาพยนตร์เรื่อง
แฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่มีภาพเคลื่อนไหวให้รับชมขณะอ่านดูสิ ว่ามันน่าตื่นตาตื่นใจแค่ไหน

โดยทั้งหมดนี้จะอยู่ในค่าบริการรายเดือนเพียงแค่ 9.99 ดอลล่าร์สหรัฐ ต่อเดือน (ประมาณ 300 บาทไทย) แถมยังแชร์ค่าใช้บริการกับคนในบ้านหรือเพื่อนสนิทได้อีกด้วย

Apple Card

นี่คือก้าวสำคัญในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของทาง แอปเปิล ภายใต้การร่วมมือกับธนาคารในสหรัฐอเมริกา ที่ทางบริษัทจะเข้ามาให้บริการทางการเงิน ซึ่งจะมีทั้งรูปแบบบัตรเครดิตและบัตรแบบดิจิตอล โดยมีจุดเด่นสำคัญอยู่ที่การไม่มีค่าธรรมเนียมในการใช้งานทั้งค่าธรรมเนียมการใช้งานรายปี หรือค่าธรรมเนียมการใช้งานในต่างประเทศ โดยตัวบัตรจะใช้ระบบการชำระเงิน Mastercard แถมทุกครั้งที่รูดจะได้เครดิตเงินคืนถึง 2-3% โดยจะไม่ใช่การนำแต้มสะสมไปแลกสินค้าหรือบริการเหมือนกับผู้ให้บริการทางการเงินรายอื่นๆ ซึ่งการขยับตัวครั้งนี้ของทางแอปเปิ้ลได้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ให้กับวงการธุรกิจทางการเงินเป็นอย่างมาก

Apple Arcade

บริการเกมที่มีให้เล่นได้เฉพาะแพลตฟอร์มของแอปเปิ้ลเท่านั้น โดยผู้ใช้บริการจะต้องเสียค่าใช้จ่ายแบบรายเดือน แลกกับการสามารถโหลดเกมได้อย่างไม่จำกัด อีกทั้งยังไม่มีโฆษณามาคอยกวนใจ โดยทางแอปเปิ้ลได้รวบรวมเหล่าผู้ผลิตเกมชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลกมาสร้างเกมไว้ในมือคุณ เช่น  Bossa Studios, Cartoon Network, Konami, LEGO หรือ SEGA เป็นต้น โดยจะสามารถเล่นได้ทั้งระบบ IOS,  Mac หรือแม้กระทั่งบน  Apple TV


Apple TV
+

ถือเป็นการยกระดับครั้งใหญ่ของ Apple TV ที่ผู้ชมสามารถดูทีวีได้แบบที่ไม่มีโฆษณาคั่น โดยจะเป็นรายการหรือซีรีส์ของทางแอปเปิ้ลโดยเฉพาะรวมถึงยังมีรายการโทรทัศน์ หรือภาพยนตร์อื่นๆให้สามารถรับชมได้หลากหลายผ่านทาง
Apple TV Channels ที่รวบรวมค่ายชั้นนำต่างประเทศไว้อย่างมากมายให้เลือกชมได้ในที่เดียวอย่าง HBO หรือ Showtime
เป็นต้น

เรียกได้ว่าจากการที่แอปเปิ้ลได้ทำการปรับทัพครั้งใหญ่นี้ ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้แก่วงการธุรกิจต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวงการนิตยสาร ทีวี เกม หรือแม้กระทั่งธุรกิจการเงิน ทำให้เกิดการจับตามองว่าการก้าวครั้งนี้ของทางแอปเปิ้ลจะสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการธุรกิจได้มากน้อยเพียงใด

หุ่นยนต์รูดี้ คู่หูยุคใหม่ของผู้สูงวัยสายไอที

ในสังคมยุคปัจจุบัน เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในการดำรงชีวิตของมนุษย์ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นในด้านของการทำงาน หรือการอำนวยความสะดวกต่างๆ ทำให้มีกลุ่มนักวิจัยและพัฒนาในหลายๆ ประเทศได้มีการนำมาปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาให้เทคโนโลยีเกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และหนึ่งในเทคโนโลยีที่ถูกพูดถึงอย่างมากว่าจะก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในโลกอนาคต คงจะหนีไม่พ้นเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ที่กำลังอยู่ในกรณีศึกษาของหลายๆ ประเทศทั่วทุกมุมโลก

ล่าสุดทางสหรัฐอเมริกา  ได้มีการนำแนวคิดการพัฒนาชีวิตด้านความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุ ไปต่อยอดในการคิดค้นและพัฒนาหุ่นยนต์ ที่จะคอยช่วยอำนวยความสะดวกในการดูแลผู้สูงอายุขึ้นสำเร็จเป็นที่เรียบร้อย โดยได้ให้กำเนิดหุ่นยนต์อัจฉริยะที่จะเข้ามาช่วยดูแลสังคมผู้สูงวัย โดยมีชื่อเรียกว่า หุ่นยนต์รูดี้

แนวคิดของการพัฒนา หุ่นยนต์รูดี้ นั้น เกิดขึ้นมาจากการเล็งเห็นถึงปัญหาในด้านการดูแลผู้สูงวัยที่เกิดขึ้นในทุกประเทศทั่วโลก เนื่องจากในหลายๆครั้ง บรรดาลูกหลานต่างก็มีความจำเป็นที่จะต้องทำงานอย่างหนักเพื่อนำเงินมาเลี้ยงดูคนในครอบครัว หรือนำมาเป็นค่ารักษาเพื่อดูแลผู้สูงอายุ จึงทำให้ไม่มีเวลามากนักที่จะมาดูแลหรือคอยอยู่เป็นเพื่อนกับผู้สูงอายุได้ตลอดทั้งวัน

ดังนั้น หุ่นยนต์รูดี้ จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถใช้งานได้โดยง่าย และราคาไม่สูงจนเกินไป โดยออกแบบให้มีคุณสมบัติที่จะสามารถพูดคุยสนทนาเพื่อคลายเหงา สร้างความบันเทิงและร่วมกิจกรรมต่างๆกับผู้สูงอายุ และยังสามารถคอยให้ความช่วยเหลือได้ในยามฉุกเฉินอีกด้วย นอกเหนือจากนี้ หุ่นยนต์รูดี้ จะคอยดูแลเรื่องเวลาการรับประทานอาหารและการทานยาอย่างเคร่งครัด ช่วยผู้สูงวัยในเรื่องของการจดจำพฤติกรรมในการวางของใช้ต่างๆภายในบ้าน อีกทั้งยังคอยช่วยจดจำตารางการใช้ชีวิตกับตารางการนัดหมายต่างๆ ของผู้ใช้งานอย่างแม่นยำโดยไม่ต้องมาคอยกังวลภายหลัง

คลิฟ กลายเออร์ ผู้ก่อตั้งบริษัทที่คอยดูแลผู้สูงอายุในอเมริกา ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ตัวเขาได้มีโอกาสพบกับกลุ่มทีมงานผู้คิดค้นและพัฒนา หุ่นยนต์รูดี้ จึงเกิดไอเดียในการนำหุ่นยนต์ที่จะช่วยดูแลผู้สูงอายุไปให้ลูกค้าได้ทดลองใช้บริการ โดยมองว่า หุ่นยนต์รูดี้ จะสามารถช่วยในการฟื้นฟูสภาพจิตใจให้แก่ผู้สูงอายุได้เป็นอย่างมาก

นักธุรกิจหลายๆ คนอาจให้ความกังวลว่า หุ่นยนต์รูดี้ จะเข้ามาทำให้เกิดแข่งขันขึ้นในสายงานอาชีพผู้ดูแลผู้สูงอายุและทำให้เกิดการตกงานเป็นจำนวนมากหรือไม่ แต่จริงๆแล้ว หุ่นยนต์รูดี้ ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เข้ามาช่วยเหลือเรื่องการดูแลงานบ้านหรืองานที่มนุษย์ทำเลย แถมยังถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถช่วยเหลืองานของผู้ดูแลผู้สูงอายุได้เป็นอย่างดี เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากขึ้น

หากในอนาคตมีการนำ หุ่นยนต์รูดี้ ไปใช้กันอย่างแพร่หลายในหลายๆ ประเทศ คงจะช่วยให้ผู้สูงอายุได้มีสุขภาพชีวิตที่ดี ช่วยลดปัญหาการทะเลาะกันของคนในครอบครัว และยังช่วยให้ลูกหลานผ่อนคลายความกังวลในเรื่องของภาวะทางจิตใจของผู้สูงอายุ เพราะ หุ่นยนต์รูดี้ จะกลายมาเป็นเพื่อนของคนที่เรารัก จนบางครั้งเราอาจต้องกลายเป็นกังวลว่า ผู้สูงอายุอาจจะไม่ต้องการเรามาดูแลแล้วก็ได้

ปฏิวัติธุรกิจความงามด้วย เทคโนโลยีการสร้างภาพจำลองเสมือนจริง

ธุรกิจความงาม ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตทางการตลาดที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ การศึกษาหรือฐานะทางสังคมเป็นอย่างไร ต่างก็ต้องการสิ่งที่จะมาช่วยพัฒนารูปร่าง หน้าตา ภาพลักษณ์ภายนอกของตนอยู่เสมอ ยิ่งในปัจจุบันที่ได้มีการคิดค้น เทคโนโลยีการสร้างภาพจำลองเสมือนจริง อย่าง AR (Augmented Reality) สำเร็จเป็นที่เรียบร้อย จึงถือเป็นการเปิดประตูไปสู่ยุคสมัยใหม่ด้านอุตสาหกรรมธุรกิจความงาม ให้กลุ่มผู้บริโภคสามารถทดลองใช้สินค้าได้ด้วยตัวเองก่อนการใช้งานจริง

เทคโนโลยีการสร้างภาพจำลองเสมือนจริง เป็นเทคโนโลยีที่จะสร้างภาพจำลองขึ้นผ่านโปรแกรมออกมาในรูปแบบสามมิติ ซึ่งถือว่ากำลังได้รับการจับตามองเป็นอย่างมาก เพราะสามารถดึงดูดความสนใจให้แก่ทั้งกลุ่มผู้บริโภคและผู้ประกอบการเนื่องจากจะทำให้ผู้ซื้อได้ทำการทดลองก่อนตัดสินใจ และทำให้เจ้าของกิจการไม่จำเป็นที่จะต้องเสียงบประมาณในการจ้างพนักงานเป็นจำนวนมากเพื่อมาให้คำแนะนำลูกค้าอีกต่อไป และด้วยความที่เป็นเทคโนโลยีที่สามารถใช้งานได้ในระยะยาว ทำให้ไม่จำเป็นต้องลงทุนซ้ำซ้อน แถมยังช่วยให้ผู้มาเข้าใช้บริการ ได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ในการมาเลือกซื้อสินค้าได้อย่างเพลิดเพลินอีกด้วย

จริงๆ แล้ว เทคโนโลยีดังกล่าวถูกพัฒนาขึ้นมาจากแนวคิดการสร้างแอปพลิเคชันเกี่ยวกับความงาม ที่มีให้ดาวน์โหลดใช้งานกันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็น แอปพลิเคชันออกแบบทรงผม ทดลองแต่งหน้า หรือแม้กระทั่งการจัดเครื่องแต่งกาย ที่มักจะได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มผู้ใช้งาน ทำให้ทางกลุ่มผู้วิจัยและคิดค้นเทคโนโลยี ใช้ไอเดียจากเรื่องนี้ในการเอามาปรับปรุงและนำมาพัฒนาให้เกิดเป็น เทคโนโลยีการสร้างภาพจำลองเสมือนจริง ที่เอาไว้ใช้กับกลุ่มธุรกิจความงามขึ้น อีกทั้งเทคโนโลยีดังกล่าว ยังจะมีส่วนสำคัญอย่างมากในอนาคตต่อการส่งเสริมการขาย และขยายธุรกิจของผู้ประกอบการ เพราะจะช่วยทำให้กลุ่มผู้สนใจผลิตภัณฑ์เกิดการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ เทคโนโลยีการสร้างภาพจำลองเสมือนจริง จะช่วยในการวิเคราะห์สินค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ เพื่อให้เกิดความพึงพอใจในการเข้ารับการบริการมากที่สุด

และที่ยิ่งไปกว่านั้น คือ เทคโนโลยีการจำลองภาพเสมือนจริง ยังสามารถจดจำและเก็บสถิติการเข้าใช้บริการ เพื่อจัดความนิยมของผลิตภัณฑ์ เท่ากับว่ากลุ่มผู้ใช้บริการจะสามารถตามทันกระแสความนิยมในขณะนั้นได้ ซึ่งจะช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดี ทำให้สามารถปิดการขายได้อย่างรวดเร็ว เปรียบเสมือนมีเพื่อนคู่คิดให้กับลูกค้าที่จะคอยให้คำปรึกษาที่ดีและสร้างเสริมความมั่นใจให้แก่ผู้มาขอเข้ารับการบริการอย่างแน่นอน

                จากที่กล่าวมาทั้งหมด คาดว่าในอนาคตอันใกล้นี้ จะมีการนำเอาเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วทุกมุมโลกอย่างแน่นอน ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถเข้าถึงความสะดวกสบายในการเลือกซื้อสินค้า และช่วยประหยัดเวลาในการตัดสินใจ แถมยังช่วยตัดปัญหาในเรื่องการให้บริการที่ไม่ดีของพนักงานในบางครั้งได้ เท่ากับว่าเราจะได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ และเพลิดเพลินไปกับการจับจ่ายใช้สอยโดยไม่ต้องกังวลไปกับการเดินตามหรือการกดดันจากพนักงานอีกต่อไป

เครื่องซักผ้าแบบพกพา ที่มีขนาดเพียงกำมือคุณ

ในทุกๆ วันที่เราใช้ชีวิตกันอยู่ขณะนี้ ต่างก็พบเจอปัญหามากมายเกี่ยวกับคราบเลอะ ไม่ว่าจะเป็นคราบซอส เหงื่อ ฝุ่น หรือแม้กระทั่งบางวันที่เราถึงคราวโชคร้ายจริงๆ นกที่บินผ่านไปผ่านมาทุกวันยังปล่อยของเสียออกมาโดนเสื้อหรือของใช้เราได้ ซึ่งถ้าวันนั้นไม่มีเรื่องเร่งด่วนอะไร มันก็คงเป็นเพียงแค่วันที่เราเจอเรื่องแย่ๆ วันหนึ่ง แต่ถ้าวันนั้นเราดันติดธุระสำคัญที่ไม่สามารถเลื่อนได้ขึ้นมาล่ะ มันจะเกิดอะไรขึ้น

ทีนี้ลองหลับตาแล้วนึกภาพดูว่า จะเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์เพียงใด ถ้าเราสามารถพกเครื่องซักผ้าไปที่ไหนก็ได้เพียงแค่เก็บเข้าไปไว้ในกระเป๋ากางเกงของคุณ มันจะวิเศษแค่ไหน ถ้าเราสามารถซักผ้าหรือทำความสะอาดของใช้ ในระหว่างขับรถเดินทางไปทำธุระได้

ปัจจุบันนวัตกรรมนี้ได้เกิดขึ้นแล้วจริงๆ เมื่อกลุ่มนักวิจัยและค้นคว้าของประเทศญี่ปุ่นได้คิดค้นเครื่องซักผ้าที่มีขนาดเพียงแค่เมาส์คอมพิวเตอร์ธรรมดาๆ สำเร็จเป็นที่เรียบร้อย โดยเราสามารถพกพาไว้ใช้งานในเวลาฉุกเฉิน หรือหากคนไหนที่ต้องเดินทางไกลบ่อยๆไม่ว่าจะออกทริปเดินป่า หรือต้องค้างตามโรงแรมต่างๆ ก็สามารถพกติดไว้ในกระเป๋าเดินทางเพื่อนำไปใช้ได้กับทุกสถานการณ์

เครื่องซักผ้าขนาดพกพา จะใช้กลไกในการทำความสะอาดที่แตกต่างไปจากเครื่องซักผ้าทั่วไปอย่างสิ้นเชิง โดยจะสร้างคลื่นความถี่ที่ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือน เข้าไปทำความสะอาดคราบต่างๆ ให้หลุดออกได้อย่างง่ายดาย ด้วยเหตุนี้เองจึงไม่ทำให้สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ที่เรานำมาทำความสะอาดเกิดความเสียหายจากการเสียดสี จึงสามารถนำมาปรับใช้ได้กับสิ่งของหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นพวกเครื่องประดับ  หรือแม้แต่แว่นตาก็ยังสามารถนำมาทำความสะอาดได้ เพียงแต่จะไม่สามารถนำไปใช้ได้กับพวกอุปกรณ์ไฟฟ้า หรือสิ่งของที่จะเกิดความเสียหายได้จากความชื้นที่เกิดขึ้น

โดยวิธีการใช้งาน ก็เพียงแค่ใส่น้ำลงในภาชนะ และใส่น้ำยาทำความสะอาดเล็กน้อย จากนั้นจึงนำตัวเครื่องจุ่มลงในภาชนะ แล้วเสียบสาย USB ทิ้งไว้ เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย และสามารถนำสาย USB ไปเสียบกับแหล่งพลังงานต่ำได้ด้วย เพราะใช้กำลังไฟเพียงแค่ 5W เท่านั้น โดยถึงแม้จะไม่สามารถนำไปซักหรือความสะอาดเครื่องใช้ได้ในปริมาณมากๆ แต่ก็สามารถที่จะใช้ทำความสะอาดของใช้ส่วนตัว หรือในกรณีเร่งด่วนได้เป็นอย่างดี

เพียงเท่านี้ เราก็ไม่ต้องไปคอยซื้อเสื้อผ้า หรือของใช้ใหม่ในเวลาที่เร่งด่วนอีกต่อไป แต่แค่ใช้ เครื่องซักผ้าพกพา ตัวนี้ ทำความสะอาด และนำไปตากพัดลมแรงๆ ใช้เวลาเพียงไม่นาน ก็สามารถนำกลับมาใช้ได้อีกครั้ง ไม่ต้องมานั่งหัวเสีย ไม่ต้องเสียเวลา และไม่ต้องเสียเงินในกระเป๋าอีกด้วย โดยคาดว่าในอนาคตอันใกล้นี้ เครื่องซักผ้าพกพา คงกลายเป็นของใช้สำคัญ ที่เราทุกคนคงต้องนำมาพกติดรถหรือติดกระเป๋าไว้อย่างแน่นอน

ปัญหาการใช้แรงงานสัตว์และความเหลื่อมล้ำจะหมดไปด้วยรถเข็นไฟฟ้านำเที่ยว

ปัญหาการใช้แรงงานสัตว์ต่างเป็นข้อถกเถียงในระดับสากลมาอย่างเนิ่นนาน ไม่ว่าจะเป็นการนำสัตว์ต่างๆ มาใช้ในโชว์การแสดง หรือใช้ในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งจริงๆ แล้วไม่น่าจะทำให้เกิดผลเสียแต่อย่างใด แถมยังจะช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เสียด้วยซ้ำ ถ้าหากนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางที่สมควร

                แต่จากความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ก็ต้องยอมรับว่า ในปัจจุบันเราต่างพบเห็นสัตว์ต่างๆหลากหลายสายพันธุ์ ถูกนำมาใช้เป็นพาหนะในการทำธุรกิจเชิงท่องเที่ยว ซึ่งได้สร้างผลกำไรมหาศาลให้แก่ผู้ประกอบการ ด้วยเหตุที่แรงงานสัตว์เหล่านี้ใช้ต้นทุนทางพลังงานต่ำกว่าการใช้พาหนะทั่วไปที่ต้องใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง เป็นเหตุให้เกิดปัญหาที่ถูกร้องเรียนอย่างมากจากทั่วทุกมุมโลกนั่นคือ การที่สัตว์เหล่านี้ไม่ได้รับการดูแลดีเท่าที่ควรทั้งทางด้านการกินอยู่ และด้านสุขภาพ

                ปัญหาต่างๆ เหล่านี้จะหมดไป เมื่อปัจจุบัน มีการทดลองพัฒนารถเข็นไฟฟ้าสำหรับผู้ป่วย ที่นำมาต่อยอดให้กลายเป็นพาหนะที่ใช้ในการท่องเที่ยวเชิงเทคโนโลยี หรือที่เรียกกันอย่างง่ายๆว่า รถเข็นไฟฟ้านำเที่ยว

                รถเข็นไฟฟ้านำเที่ยว จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเดินทางท่องเที่ยวไปได้อย่างสะดวก ปลอดภัย โดยใช้เพียงแค่พลังงานต้นกำเนิดจากไฟฟ้าเพื่อใช้ในการขับเคลื่อน นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังจะสามารถเพลิดเพลินไปกับแอปพลิเคชันที่ถูกพัฒนามาเพื่อนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ที่จะคอยรายงานข้อมูลที่น่าสนใจผ่านทางแท็บเล็ตไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่น่าสนใจ และแนะนำร้านอาหารต่างๆ ให้แก่เหล่านักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ นอกจากนี้ รถเข็นไฟฟ้านำเที่ยว ยังสามารถนำมาใช้ในเมืองที่มีการสัญจรหนาแน่น ทำให้ผู้ที่มาใช้บริการเกิดความรู้สึกสนุกสนานไปกับการท่องเที่ยวได้มากยิ่งขึ้น

                ล่าสุด ทางบริษัท เอ็นทีที โดโคโม องค์กรชั้นนำที่ให้บริการด้านการสื่อสารรายใหญ่ของญี่ปุ่น ได้จับมือร่วมกับเหล่าบริษัทชั้นนำในประเทศ พัฒนาเทคโนโลยี รถเข็นไฟฟ้านำเที่ยวสำเร็จเป็นที่เรียบร้อย โดยได้มีการนำมาทดลองใช้เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาที่มหานครโตเกียว ณ เขตเมืองมารูโนอูจิ เป็นเวลา 5 วัน ภายหลังที่ได้เปิดให้ทดลองใช้งานเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย ก็จะนำไปปรับปรุงแก้ไข พร้อมทั้งพัฒนาตัวแอปพลิเคชันให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นก่อนเปิดใช้งานเต็มรูปแบบในอนาคต

                เมื่อลองนำมาคิดกันดูว่า นอกจาก รถเข็นไฟฟ้านำเที่ยว จะช่วยเปลี่ยนหน้าตาการท่องเที่ยวให้พัฒนาควบคู่ไปกับเทคโนโลยีแล้ว ยังสามารถเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานสัตว์ที่เกิดขึ้นในทั่วทุกมุมโลกได้อีกด้วย และที่ยิ่งไปกว่านั้น อาจสามารถเปลี่ยนวิถีชีวิตของกลุ่มผู้พิการทางการเคลื่อนไหว ให้เข้ามามีส่วนร่วมกับบทบาทในสังคมได้ ผ่านการประกอบอาชีพการเป็นมัคคุเทศก์ ที่จะคอยแนะนำข้อมูลให้แก่ผู้ที่มาเข้าใช้บริการ และสามารถพาชมสถานที่ต่างๆ ซึ่งจากที่กล่าวมามีความเป็นไปได้ว่า รถเข็นไฟฟ้านำเที่ยว อาจจะเป็นเทคโนโลยีที่มีส่วนอย่างมากที่จะเข้ามาแก้ปัญหาลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้อีกด้วย

โลกเสมือนจริง โลกแห่งใหม่สำหรับมนุษย์ในยุค 4.0

ลองคิดดูสิว่าจะดีแค่ไหนที่คุณอยู่ในสถานที่เดิม แต่คุณสามารถมองเห็น รับรู้ รวมกระทั่งสัมผัสสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม และมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาถ้าคุณต้องการ เหมือนคุณหลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่งเลยทีเดียว เมื่อพูดแบบนี้หลาย ๆ คนคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงแค่จินตนาการของมนุษย์เท่านั้น เพราะในความเป็นจริงไม่มีทางที่จะทำได้ ตอนนี้ขอบอกเลยว่าคุณคิดผิด ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าได้เปลี่ยนแปลงสิ่งที่คุณคิดว่าเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ นวัตกรรมนี้เรียกว่า โลกเสมือนจริง (Virtual Reality)

                โลกเสมือนจริง (VR) นี้คือ เทคโนโลยีที่สามารถจำลองสถานการณ์ สถานที่ รวมถึงสภาพแวดล้อมที่คุณสนใจ โดยสิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง หรือสิ่งที่อยู่ในจินตนาการก็ได้ ทำให้คุณสามารถสัมผัสสิ่งเหล่านี้ได้แบบใกล้ชิด มาในรูปแบบของภาพ เสียง และการสัมผัสด้วยร่างกาย การสั่งงานของระบบจะสั่งผ่านคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์เสริมที่ใช้ในการสร้างโลกเสมือนจริง ไม่ว่าจะเป็นแว่นตา ถุงมือ เก้าอี้ และเม้าส์ เพื่อให้ผู้อยู่ในโลกนี้รู้สึกรับรู้ได้ถึงสิ่งต่าง ๆ รอบตัวแบบสามมิติ นั่นคือ การมองเห็น การสัมผัส และการได้ยินเสียง

คนที่เข้าไปอยู่ในโลกเสมือนจริงนี้จะรู้สึกเหมือนตัวเองถูกตัดขาดจากโลกภายนอก และดึงให้เข้ามาอยู่ในอีกโลกที่ถูกจำลองขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ในปัจจุบันมีการพัฒนาให้ทันสมัยมากขึ้นด้วยการจำลองโลกเสมือนจริงนี้มารวมเข้ากับโลกแห่งความเป็นจริง ทำให้เราเห็นภาพจริง กับภาพจำลองซ้อนทับในเวลาเดียวกัน ด้วยการประมวลผลจากคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์เฉพาะที่ใช้กับการจำลองที่มีขนาดเล็กลง ทำให้เราเห็นโลกแห่งความจริง และโลกที่จำลองได้ในขณะเดียวกัน เรียกว่านอกจากจะเห็นภาพแล้ว ยังสัมผัสได้ และได้กลิ่นจากสิ่งต่าง ๆ รอบตัว จนเราแทบจะแยกไม่ออกเลยทีเดียวว่าสิ่งใดคือโลกแห่งความเป็นจริง และสิ่งใดคือโลกเสมือนจริง เทคโนโลยีเรียกว่า Augmented Reality หรือ AR

                นวัตกรรม AR นี้เหมือนจริงมากกว่า และยังประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่า มีการนำมาใช้ประโยชน์ในหลากหลายสาขา ดังนี้

  1. ทางการศึกษา ถูกนำมาจำลองการฝึกภาคปฏิบัติให้กับเด็ก เพื่อส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้ในสิ่งที่ไม่สามารถเห็นได้จากหนังสือ
  2. ภาพยนตร์ มีการนำมาใช้นานแล้ว ในการดูภาพยนตร์ 3 มิติ หรือ 4 มิติ เพื่อสร้างความตื่นเต้น สนุกสนาน และเหมือนเราเข้าไปอยู่ในโลกแห่งภาพยนตร์
  3. ในวงการเกม มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา จำลองโลกเสมือนว่าตัวเราคือตัวละครหลักในเกมที่เราเล่น ทำให้ได้รับความสนุกสนาน เพลิดเพลินแบบ Full HD เลยทีเดียว
  4. ในการโฆษณา มีการจำลองภาพสินค้าเหมือนจริงให้เราเห็นด้วยตาเหมือนมีสินค้าจริงมาตั้งอยู่ตรงหน้าเรา
  5. ทางการแพทย์ ถูกนำมาใช้ในการรักษาในโรคที่เกี่ยวกับระบบประสาท ไม่ว่าจะเป็นโรคเครียด หรือภาวะการนอนไม่หลับ ผู้รักษาสามารถรักษาโรคเหล่านี้ได้ด้วยตนเอง เพียงทำตามคำแนะนำของแพทย์

จะเห็นได้ว่าโลกเสมือนจริงนี้มีประโยชน์ต่อมนุษย์อย่างมากมายมหาศาล และถูกนำมาใช้เพื่อประโยชน์ของมนุษย์เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคตอันใกล้นี้ รับรองว่าโลกเสมือนจริงนี้จะมีการพัฒนาให้ใช้งานได้อยากมีประสิทธิภาพมากขึ้นและเกิดประโยชน์ต่อมนุษย์ครอบคลุมในทุกสาขาอย่างแน่นอน